บทความ/ภาษีนำเข้า21 ต.ค. 2569อ่าน 8 นาที

เช็ค HS Code ด้วยตัวเองทีละขั้นตอน หาพิกัดและอัตราภาษีก่อนนำเข้า ไม่ต้องเดา

ภาพประกอบบทความ เช็ค HS Code ด้วยตัวเองทีละขั้นตอน หาพิกัดและอัตราภาษีก่อนนำเข้า ไม่ต้องเดา

สอนเช็ค HS Code ด้วยตัวเองแบบจับมือทำ ตั้งแต่เข้าเว็บกรมศุลกากร เลือกพิกัดที่ใช่ อ่านอัตราอากร ไปจนถึงเช็คสิทธิ FTA พร้อมข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียภาษีเกินจริง

ทำไมต้องเช็ค HS Code เองให้เป็น ทั้งที่มีชิปปิ้งช่วยอยู่แล้ว

HS Code คือรหัสพิกัดศุลกากรที่กำหนดว่าสินค้าของคุณต้องเสียอากรขาเข้ากี่เปอร์เซ็นต์ ต้องมีใบอนุญาตอะไรบ้าง และใช้สิทธิลดภาษีตัวไหนได้ ถ้ายังไม่แน่ใจว่าพิกัดคืออะไร แนะนำให้อ่านบทความ HS Code คืออะไร หาพิกัดสินค้าอย่างไรให้ถูกต้อง ในหมวดภาษีนำเข้าของเราก่อน แล้วค่อยกลับมาลงมือตามบทความนี้

เหตุผลที่ผู้นำเข้าควรเช็คพิกัดเองให้เป็นมีอยู่สามข้อ ข้อแรก ต้นทุนภาษีคือส่วนหนึ่งของราคาขาย ถ้ารู้พิกัดก่อนสั่งของ คุณจะตั้งราคาขายได้ตั้งแต่ยังไม่โอนเงินให้ผู้ขาย ข้อสอง การเช็คเองช่วยให้คุณคุยกับชิปปิ้งรู้เรื่อง ตรวจสอบได้ว่าพิกัดที่ตัวแทนสำแดงสมเหตุสมผลหรือไม่ และข้อสาม ถ้าสำแดงพิกัดผิด ความรับผิดตามกฎหมายอยู่ที่ผู้นำเข้า ไม่ใช่ตัวแทน การรู้เรื่องพิกัดจึงเป็นการป้องกันตัวเองโดยตรง

ขั้นตอนเช็ค HS Code บนระบบของกรมศุลกากร แบบจับมือทำ

ขั้นตอนเช็ค HS Code บนระบบของกรมศุลกากร แบบจับมือทำ

เริ่มจากเข้าเว็บไซต์กรมศุลกากรไทย แล้วมองหาเมนูค้นหาพิกัดอัตราศุลกากร หรือจะใช้เครื่องมือเช็คพิกัด HS บนเว็บของ JEFF INTER ที่เมนูด้านบนก็ได้ จากนั้นทำตามลำดับนี้ หนึ่ง พิมพ์คำค้นเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ใช้คำกว้างก่อน เช่น กระเป๋า แทนที่จะพิมพ์ชื่อรุ่นสินค้า สอง ไล่ดูผลลัพธ์จากเลขตอน 2 หลักแรก ซึ่งบอกหมวดใหญ่ของสินค้า แล้วค่อยเจาะลงไปถึงเลข 4 หลัก 6 หลัก จนถึงพิกัดไทย 8 หลักที่ใช้สำแดงจริง

สาม เมื่อได้พิกัดที่คิดว่าใช่แล้ว ให้อ่านคำอธิบายของพิกัดนั้นอย่างละเอียด รวมถึงพิกัดข้างเคียงด้วย เพราะสินค้าหนึ่งชิ้นมักมีพิกัดที่หน้าตาคล้ายกันหลายตัว เช่น กระเป๋าหนังแท้ กระเป๋าหนังเทียม และกระเป๋าผ้า อยู่คนละพิกัดและอัตราอากรต่างกัน สี่ จดทั้งเลขพิกัด อัตราอากรปกติ และหมายเหตุเรื่องใบอนุญาตไว้ สุดท้าย ห้า เช็คว่าพิกัดนั้นมีสิทธิพิเศษทางภาษีจากความตกลงการค้าเสรีหรือไม่ เช่น สินค้าจากจีนที่มี Form E หลายพิกัดลดอากรเหลือศูนย์

หลักเลือกพิกัดเมื่อสินค้าดูเข้าได้หลายพิกัด

ปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดคือสินค้าหนึ่งชิ้นดูเหมือนเข้าได้สองสามพิกัด หลักคิดพื้นฐานมีดังนี้ ให้ดูวัสดุหลักและหน้าที่หลักของสินค้าเป็นตัวตั้ง สินค้าที่ประกอบจากหลายวัสดุให้ยึดวัสดุที่ให้คุณลักษณะสำคัญ สินค้าอเนกประสงค์ให้ยึดหน้าที่ที่เด่นที่สุด และสินค้าที่ขายเป็นชุดให้ดูว่าชิ้นไหนเป็นพระเอกของชุด

ตัวอย่างสมมติ ลำโพงบลูทูธที่มีไฟตั้งโต๊ะในตัว ถ้าหน้าที่หลักคือเครื่องเสียง ก็ควรเข้าพิกัดกลุ่มลำโพง ไม่ใช่กลุ่มโคมไฟ ซึ่งสองพิกัดนี้อัตราอากรไม่เท่ากัน และกลุ่มอุปกรณ์ที่มีบลูทูธยังเกี่ยวพันกับใบอนุญาต กสทช. อีกชั้นหนึ่ง กรณีแบบนี้ถ้าตัดสินใจเองไม่ขาด ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือยื่นขอวินิจฉัยพิกัดล่วงหน้ากับกรมศุลกากร หรือส่งรูปและสเปคสินค้าให้ตัวแทนออกของที่มีประสบการณ์ช่วยดูก่อนสั่งผลิต

อ่านอัตราภาษีจากพิกัดให้เป็น แล้วคำนวณต้นทุนจริงต่อได้ทันที

อ่านอัตราภาษีจากพิกัดให้เป็น แล้วคำนวณต้นทุนจริงต่อได้ทันที

ได้พิกัดแล้วอย่าเพิ่งหยุด เพราะเลขอัตราอากรที่เห็นยังไม่ใช่เงินที่ต้องจ่ายจริง ภาษีนำเข้าไทยคิดจากราคา CIF คือราคาสินค้า บวกค่าขนส่งระหว่างประเทศ บวกค่าประกันภัย แล้วจึงคูณอัตราอากรของพิกัด จากนั้นยังมีภาษีมูลค่าเพิ่มอีกชั้นที่คิดจากราคา CIF รวมอากร วิธีคิดแบบละเอียดพร้อมตัวอย่างเราเขียนไว้แล้วในบทความ คำนวณภาษีนำเข้าแบบ CIF ทีละขั้น พร้อมตัวอย่างจริง

ตัวอย่างสมมติให้เห็นภาพ สั่งเครื่องครัวจากต่างประเทศ ราคาสินค้า 80,000 บาท ค่าเครื่องบิน 15,000 บาท ค่าประกัน 500 บาท ราคา CIF คือ 95,500 บาท ถ้าพิกัดนี้อากร 10 เปอร์เซ็นต์ อากรคือ 9,550 บาท แล้ว VAT 7 เปอร์เซ็นต์คิดจาก 105,050 บาท เท่ากับ 7,353.50 บาท รวมภาษีทั้งหมด 16,903.50 บาท จะเห็นว่าถ้าเลือกพิกัดผิดไปเจอตัวที่อากร 30 เปอร์เซ็นต์ ต้นทุนจะกระโดดขึ้นหลักหมื่นทันที นี่คือเหตุผลที่การเช็ค HS Code ให้ถูกตั้งแต่แรกสำคัญกว่าการมาแก้ทีหลัง

ข้อผิดพลาดยอดฮิตตอนเช็คพิกัดเอง ที่ทำให้เสียเงินหรือของติดด่าน

ข้อแรก เชื่อพิกัดที่ผู้ขายต่างประเทศใส่มาในเอกสารโดยไม่เช็คซ้ำ ผู้ขายมักใส่พิกัด 6 หลักตามระบบประเทศตัวเอง ซึ่งอัตราภาษีและเงื่อนไขใบอนุญาตของไทยอาจต่างออกไป ข้อสอง เลือกพิกัดที่อากรต่ำสุดโดยไม่สนคำอธิบาย อันนี้เสี่ยงโดนประเมินย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับเงินเพิ่ม ข้อสาม ลืมดูหมายเหตุใบอนุญาต บางพิกัดต้องมี อย. มอก. หรือ กสทช. ก่อนนำเข้า ของถึงด่านแล้วค่อยรู้ก็ต้องเสียค่าโกดังรายวันระหว่างรอเอกสาร

ข้อสี่ ใช้พิกัดเดิมตลอดไปโดยไม่ทบทวน พิกัดและอัตราอากรมีการปรับปรุงเป็นรอบ สินค้าที่เคยสำแดงเมื่อหลายปีก่อนควรเช็คซ้ำก่อนล็อตใหม่เสมอ และข้อห้า เทียบพิกัดจากสินค้าคนอื่นที่ดูคล้ายกัน ทั้งที่สเปคต่างกันในจุดสำคัญ เช็คลิสต์สั้นๆ ก่อนยืนยันพิกัดทุกครั้งคือ อ่านคำอธิบายพิกัดจนจบ เทียบกับพิกัดข้างเคียงอย่างน้อยสองตัว ดูเงื่อนไขใบอนุญาต ดูสิทธิ FTA และเก็บหลักฐานการค้นไว้อ้างอิง

เช็คเองแล้วยังไม่มั่นใจ ให้มืออาชีพช่วยยืนยันก่อนเสียเงินจริง

การเช็ค HS Code ด้วยตัวเองช่วยให้คุณวางแผนต้นทุนได้เร็วและคุยกับทุกฝ่ายรู้เรื่อง แต่พิกัดที่ก้ำกึ่งหรือสินค้าที่มีใบอนุญาตเกี่ยวข้อง ควรมีคนที่ทำงานกับด่านทุกวันช่วยยืนยันอีกชั้น เพราะค่าปรึกษาถูกกว่าค่าปรับและค่าโกดังหลายเท่า

ทีม JEFF INTER รับเช็คพิกัดและประเมินภาษีนำเข้าให้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่เก็บเงินล่วงหน้า เราดูแลทั้งขนส่งทางอากาศ ทางเรือ และพิธีการศุลกากรครบวงจร ของถึงมือค่อยจ่าย ส่งรูปสินค้าและรายละเอียดมาได้เลยที่โทร 084 672 2669 (คุณแนน) หรือ LINE @jeffinter แล้วคุณจะรู้ต้นทุนจริงก่อนโอนเงินให้ผู้ขายแม้แต่บาทเดียว

ของติดด่านอยู่ใช่ไหม ให้เราช่วยดูให้ก่อน

ส่งรายละเอียดมาให้ทีมงานประเมินภาษีและค่าใช้จ่ายได้ฟรี ไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย

อ่านบทความทั้งหมด →