ราคา CIF คืออะไร ต่างจาก FOB ตรงไหน ทำไมภาษีนำเข้าไทยถึงคิดจากราคานี้
ราคา CIF คืออะไร ประกอบด้วยอะไรบ้าง ต่างจาก FOB และ EXW อย่างไร ทำไมศุลกากรไทยใช้ CIF เป็นฐานคำนวณภาษีนำเข้า พร้อมตัวอย่างสมมติคำนวณทีละขั้นและข้อผิดพลาดที่ผู้นำเข้ามือใหม่เจอบ่อย
ราคา CIF คืออะไร ทำไมผู้นำเข้าทุกคนต้องรู้จัก
ราคา CIF คือมูลค่าสินค้าที่รวมสามส่วนเข้าด้วยกัน ได้แก่ Cost ราคาสินค้า Insurance ค่าประกันภัยระหว่างขนส่ง และ Freight ค่าขนส่งระหว่างประเทศจนถึงท่าหรือสนามบินปลายทางในไทย พูดง่าย ๆ คือราคาของบวกค่าพามาถึงหน้าประตูประเทศไทย ยังไม่รวมภาษีและค่าใช้จ่ายในไทย
เหตุผลที่คำนี้สำคัญมากสำหรับคนนำเข้าสินค้า ไม่ว่าจะสั่งผ่าน Air Freight หรือ Sea Freight ก็คือ ศุลกากรไทยใช้ราคา CIF เป็นฐานในการคำนวณภาษีนำเข้า ไม่ใช่ราคาสินค้าเปล่า ๆ ที่เราจ่ายให้ร้านค้า นั่นแปลว่าต่อให้ซื้อของถูก แต่ถ้าค่าขนส่งแพง ฐานภาษีก็สูงขึ้นตามไปด้วย ใครที่คำนวณต้นทุนโดยลืมข้อนี้ มักตกใจตอนเห็นใบแจ้งภาษีจริง
ในบทความนี้เราจะอธิบายส่วนประกอบของราคา CIF เปรียบเทียบกับเทอมการค้าอื่นที่เจอบ่อยอย่าง FOB และ EXW แล้วพาคำนวณภาษีจากราคา CIF ด้วยตัวอย่างสมมติแบบทีละบรรทัด อ่านจบแล้วคุณจะประเมินต้นทุนนำเข้าได้ใกล้เคียงความจริงก่อนกดสั่งซื้อทุกครั้ง
CIF ต่างจาก FOB และ EXW อย่างไร เทียบให้เห็นชัด

ทั้งสามคำนี้คือเทอมการค้าระหว่างประเทศ หรือ Incoterms ที่บอกว่าราคาที่ผู้ขายเสนอมานั้นรวมอะไรแล้วบ้าง และความรับผิดชอบเปลี่ยนมือกันตรงไหน EXW หรือ Ex Works คือราคาหน้าโรงงานผู้ขาย ผู้ซื้อรับภาระทุกอย่างเองตั้งแต่ขนของออกจากโรงงาน FOB หรือ Free On Board คือผู้ขายรับผิดชอบจนสินค้าขึ้นเรือหรือเครื่องบินที่ต้นทาง ส่วนค่าระวางขนส่งระหว่างประเทศและประกันภัยเป็นของผู้ซื้อ
ส่วน CIF ผู้ขายจ่ายทั้งค่าสินค้า ค่าขนส่งระหว่างประเทศ และค่าประกันภัยจนถึงปลายทางในไทยให้เรียบร้อย ราคาที่เห็นจึงดูแพงกว่า FOB ของสินค้าเดียวกันเสมอ แต่ไม่ได้แปลว่าเสียเปรียบ เพราะเป็นการย้ายค่าใช้จ่ายมาอยู่ในก้อนเดียวกันเท่านั้น รายละเอียดเทอมอื่น ๆ ทั้ง DDP และ DAP เราสรุปไว้แล้วในบทความ Incoterms 2020 ฉบับเข้าใจง่าย ในหมวดขนส่งระหว่างประเทศ
จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยคือ คิดว่าซื้อแบบ FOB แล้วภาษีจะถูกกว่าเพราะมูลค่าตามใบกำกับต่ำกว่า ความจริงคือศุลกากรจะบวกค่าขนส่งและค่าประกันกลับเข้าไปให้เป็นราคา CIF ก่อนคำนวณภาษีอยู่ดี ถ้าไม่มีหลักฐานค่าประกันจริง ก็จะใช้อัตราประมาณการตามหลักเกณฑ์แทน สรุปคือไม่ว่าซื้อเทอมไหน ฐานภาษีสุดท้ายก็ถูกปรับให้เป็น CIF เสมอ
ทำไมศุลกากรไทยใช้ราคา CIF เป็นฐานภาษีนำเข้า
หลักคิดของศุลกากรคือ ภาษีควรเก็บจากมูลค่าที่แท้จริงของสินค้า ณ จุดที่เข้ามาถึงประเทศไทย ซึ่งมูลค่านั้นย่อมรวมค่าใช้จ่ายที่ทำให้ของเดินทางมาถึงด้วย ไม่ใช่แค่ราคาที่ตกลงกับผู้ขาย วิธีนี้ยังช่วยปิดช่องการแยกบิลเพื่อกดมูลค่าสินค้าให้ต่ำผิดปกติ เพราะต่อให้แยกค่าขนส่งออกไปอีกใบ สุดท้ายก็ต้องถูกนำมารวมเป็นฐานภาษีอยู่ดี
โครงสร้างการคำนวณเป็นแบบขั้นบันได เริ่มจากราคา CIF คูณอัตราอากรขาเข้าตามพิกัดสินค้า ได้เป็นค่าอากร จากนั้นนำราคา CIF บวกค่าอากรเป็นฐานใหม่ แล้วคูณภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละเจ็ด สังเกตว่าภาษีมูลค่าเพิ่มคิดจากฐานที่รวมอากรแล้ว ไม่ใช่จาก CIF เปล่า ๆ นี่คือจุดที่หลายคนคำนวณพลาดแล้วได้ตัวเลขต่ำกว่าจริง
ตัวแปรสำคัญอีกตัวคืออัตราอากรซึ่งขึ้นกับพิกัดศุลกากรของสินค้า สินค้าบางพิกัดอากรร้อยละศูนย์ บางพิกัดสูงถึงร้อยละสามสิบหรือมากกว่า และบางกรณีใช้สิทธิความตกลงการค้าเสรีลดอากรเหลือศูนย์ได้ เช่น สินค้าจากจีนที่มี Form E ใครยังไม่แน่ใจว่าสินค้าตัวเองอยู่พิกัดไหน เริ่มจากบทความ HS Code คืออะไร ของเราได้เลย เพราะพิกัดคือครึ่งหนึ่งของคำตอบเรื่องภาษีทั้งหมด
ตัวอย่างสมมติ คำนวณภาษีจากราคา CIF ทีละบรรทัด

สมมติคุณบีสั่งเครื่องครัวสแตนเลสจากต่างประเทศมาขาย ราคาสินค้าตามใบกำกับ 100,000 บาท ค่าขนส่งทางเรือ 12,000 บาท ค่าประกันภัย 1,000 บาท ราคา CIF จึงเท่ากับ 113,000 บาท สมมติพิกัดนี้มีอัตราอากรขาเข้าร้อยละ 10 ขั้นแรกคำนวณอากรขาเข้า 113,000 คูณ 0.10 เท่ากับ 11,300 บาท
ขั้นที่สอง หาฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม นำ 113,000 บวก 11,300 ได้ 124,300 บาท แล้วคูณร้อยละ 7 ได้ภาษีมูลค่าเพิ่ม 8,701 บาท รวมภาษีที่ต้องชำระต่อศุลกากรทั้งสิ้น 20,001 บาท ดังนั้นต้นทุนของที่แท้จริงของคุณบีคือ 113,000 บวก 20,001 บวกค่าใช้จ่ายหน้าท่าและค่าขนส่งในประเทศอีกเล็กน้อย ไม่ใช่ 100,000 บาทอย่างที่เห็นในใบเสนอราคาผู้ขาย ย้ำว่าตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อแสดงวิธีคิดเท่านั้น
ถ้าอยากเห็นการคำนวณแบบละเอียดขึ้น รวมถึงกรณีใช้สิทธิลดอากรด้วย Form E และกรณีมีอากรพิเศษอื่นแทรก เรามีบทความคำนวณภาษีนำเข้าแบบ CIF ทีละขั้น พร้อมตัวอย่างจริง เขียนแยกไว้อีกหนึ่งบทความ อ่านคู่กันแล้วจะครบทั้งภาพกว้างและรายละเอียด
ข้อผิดพลาดเรื่องราคา CIF ที่เจอบ่อยที่สุด
ข้อแรก คำนวณต้นทุนจากราคาสินค้าอย่างเดียว ลืมบวกค่าขนส่งเข้าไปในฐานภาษี ทำให้ตั้งราคาขายต่ำเกินไปจนขาดทุนทั้งที่ยังไม่ทันเริ่มขาย ข้อสอง เข้าใจว่าภาษีมูลค่าเพิ่มคิดจาก CIF ตรง ๆ ทั้งที่ต้องรวมอากรขาเข้าก่อน ตัวเลขที่ได้จึงต่ำกว่าความจริงเสมอ
ข้อสาม สำแดงราคาต่ำกว่าที่ซื้อจริง หวังให้ CIF ต่ำ ภาษีน้อย ความเสี่ยงคือศุลกากรมีฐานข้อมูลราคาสินค้าเปรียบเทียบ ถ้าราคาที่สำแดงต่ำผิดปกติจะถูกประเมินราคาใหม่ และอาจโดนค่าปรับย้อนหลังหลายเท่า ข้อสี่ ลืมเก็บหลักฐานค่าขนส่งและค่าประกัน พอเจ้าหน้าที่ขอเอกสารยืนยันกลับหาไม่เจอ งานที่ควรจบในวันเดียวก็ลากยาว
เช็คลิสต์สั้น ๆ ก่อนสั่งซื้อทุกครั้ง ถามผู้ขายให้ชัดว่าราคาที่เสนอคือเทอมอะไร ขอใบเสนอราคาที่แยกค่าสินค้า ค่าขนส่ง และค่าประกันให้เห็นครบ เช็คพิกัดและอัตราอากรของสินค้าก่อนโอนเงิน และเก็บเอกสารทุกใบไว้จนกว่าของจะเคลียร์ผ่านด่านเรียบร้อย
ไม่อยากคำนวณเอง ให้ JEFF INTER ประเมินให้ฟรีทั้งภาษีและค่าขนส่ง
เรื่อง CIF อากรขาเข้า และสิทธิลดภาษี เป็นงานที่ทีม JEFF INTER ทำทุกวันมากว่า 15 ปี ทั้งขนส่งทางอากาศและทางเรือ พร้อมพิธีการศุลกากรครบวงจร คุณแค่ส่งรายละเอียดสินค้า ใบเสนอราคา หรือลิงก์สินค้าที่จะสั่งมาให้เราดู เราคำนวณภาษีและต้นทุนรวมให้เห็นก่อนตัดสินใจ ไม่ต้องกดเครื่องคิดเลขเองแม้แต่ครั้งเดียว
ประเมินฟรี ไม่เก็บเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย โทร 084 672 2669 คุณแนน หรือ LINE @jeffinter บอกเราว่าจะนำเข้าอะไร จากประเทศไหน จำนวนเท่าไหร่ เดี๋ยวทีมงานตอบกลับพร้อมตัวเลขที่ใช้วางแผนธุรกิจได้จริง และถ้าสินค้าของคุณมีทางลดภาษีได้ เราบอกให้ก่อนเสมอ
ของติดด่านอยู่ใช่ไหม ให้เราช่วยดูให้ก่อน
ส่งรายละเอียดมาให้ทีมงานประเมินภาษีและค่าใช้จ่ายได้ฟรี ไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย