ใส่ HS Code ผิด เสียหายแค่ไหน วิธีเช็คและแก้ไขก่อนโดนภาษีย้อนหลัง
ใส่ HS Code ผิดตอนนำเข้า โดนอะไรบ้าง ภาษีย้อนหลัง ค่าปรับ ของโดนกัก พร้อมสาเหตุที่คนมักใส่พิกัดผิด วิธีเช็คให้ชัวร์ก่อนยื่น และทางแก้เมื่อรู้ตัวว่าใส่ผิดไปแล้ว
ทำไม HS Code ตัวเดียวถึงชี้ชะตาภาษีนำเข้าทั้งก้อน
HS Code คือรหัสพิกัดศุลกากรที่บอกว่าสินค้าของคุณคืออะไรในสายตากฎหมาย และเป็นตัวกำหนดทุกอย่างที่ตามมา ทั้งอัตราอากรขาเข้า สิทธิลดภาษีตามข้อตกลง FTA และใบอนุญาตที่ต้องมี เช่น อย. มอก. หรือ กสทช. ใส่พิกัดถูก ทุกอย่างเดินตามระบบ ใส่พิกัดผิด ต่อให้ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ความรับผิดก็ตกอยู่ที่ผู้นำเข้าเต็ม ๆ เพราะกฎหมายถือว่าผู้นำเข้ามีหน้าที่สำแดงข้อมูลให้ถูกต้อง
หลายคนเข้าใจว่าให้ชิปปิ้งหรือตัวแทนออกของเป็นคนใส่ให้แล้วตัวเองไม่ต้องรับผิดชอบ ความจริงคือใบขนสินค้ายื่นในนามผู้นำเข้า เมื่อกรมศุลกากรตรวจพบภายหลังว่าพิกัดผิด คนที่โดนเรียกเก็บย้อนหลังคือเจ้าของสินค้า ไม่ใช่คนพิมพ์ใบขน ใครที่ยังไม่แน่ใจว่า HS Code คืออะไรและหาอย่างไร แนะนำให้เริ่มจากบทความ HS Code คืออะไร หาพิกัดสินค้าอย่างไรให้ถูกต้อง ของเราก่อน แล้วค่อยกลับมาอ่านบทความนี้ต่อ
ใส่ HS Code ผิดแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไล่จากเบาไปหนัก

กรณีเบาที่สุดคือโดนตรวจพบตั้งแต่ตอนเดินพิธีการ เจ้าหน้าที่สั่งแก้ใบขนให้ถูกต้องก่อนปล่อยของ ผลคือของค้างที่ด่านเพิ่มหลายวัน มีค่าฝากเก็บคลังสินค้าเพิ่มทุกวันที่ของยังไม่ออก กรณีกลางคือพิกัดที่ใส่ผิดทำให้จ่ายภาษีต่ำกว่าความเป็นจริง เมื่อตรวจพบจะโดนเรียกเก็บอากรส่วนที่ขาดพร้อมเงินเพิ่ม และอาจมีค่าปรับตามมา ซึ่งการตรวจย้อนหลังนี้ทำได้หลายปีนับจากวันนำเข้า ของที่ขายหมดไปนานแล้วก็ยังโดนเรียกย้อนหลังได้
กรณีหนักที่สุดคือพิกัดผิดไปตกในกลุ่มสินค้าที่ต้องมีใบอนุญาต เช่น สำแดงหูฟังบลูทูธเป็นหูฟังธรรมดาเพื่อเลี่ยงใบอนุญาต กสทช. แบบนี้เสี่ยงเข้าข่ายสำแดงเท็จ ของโดนกักยาว โทษแรงกว่าแค่จ่ายภาษีเพิ่มหลายเท่า และประวัติการนำเข้าของบริษัทจะถูกจับตาในการนำเข้าครั้งถัด ๆ ไปด้วย เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา และเสียเครดิตระยะยาว
สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้ใส่พิกัดผิดโดยไม่รู้ตัว
สาเหตุแรกคือก๊อปพิกัดตามคนอื่น เห็นร้านอื่นขายสินค้าคล้ายกันใช้พิกัดไหนก็ใช้ตาม ทั้งที่สินค้าต่างกันในรายละเอียด เช่น วัสดุ ฟังก์ชัน หรือส่วนประกอบไฟฟ้า ซึ่งล้วนเปลี่ยนพิกัดได้ทั้งสิ้น สาเหตุที่สองคือเชื่อพิกัดที่โรงงานจีนใส่มาใน Invoice โดยไม่เช็ค พิกัดฝั่งต้นทางจำนวนมากใส่แบบหยาบ ๆ เพื่อความสะดวกของฝั่งส่งออก ซึ่งไม่จำเป็นต้องตรงกับการตีความของศุลกากรไทย
สาเหตุที่สามคือเลือกพิกัดจากคำอ่านชื่อสินค้าอย่างเดียว โดยไม่อ่านหมายเหตุประจำตอนและหลักเกณฑ์การตีความ ซึ่งเป็นหัวใจของการจัดพิกัด สินค้าหนึ่งชิ้นที่มีหลายฟังก์ชันต้องดูว่าฟังก์ชันหลักคืออะไร และสาเหตุสุดท้ายคือจงใจเลือกพิกัดที่ภาษีถูกกว่าทั้งที่รู้ว่าไม่ตรง ข้อนี้อันตรายที่สุดเพราะเมื่อตรวจพบจะไม่ใช่แค่ความผิดพลาด แต่เป็นเจตนาสำแดงเท็จ
วิธีเช็ค HS Code ให้ชัวร์ก่อนยื่นใบขน ทำได้เองทุกข้อ

ขั้นแรก รวบรวมข้อมูลสินค้าให้ครบ ชื่อสินค้า วัสดุ ส่วนประกอบ ฟังก์ชันการทำงาน และรูปถ่ายจริง ยิ่งละเอียดยิ่งจัดพิกัดแม่น ขั้นที่สอง ค้นพิกัดเบื้องต้นจากระบบค้นหาของกรมศุลกากร หรือใช้เครื่องมือเช็คพิกัด HS บนเว็บไซต์ของเราเพื่อดูกลุ่มพิกัดและใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง ขั้นที่สาม อ่านรายละเอียดของพิกัดใกล้เคียงทุกตัวแล้วเทียบกับสินค้าจริง อย่าหยุดที่ตัวแรกที่เจอ เพราะพิกัดข้างเคียงที่ต่างกันแค่หลักเดียวอาจมีภาษีต่างกันหลายเท่า
ขั้นที่สี่ เช็คว่าพิกัดที่เลือกต้องมีใบอนุญาตนำเข้าหรือไม่ และใช้สิทธิลดภาษี FTA ได้หรือเปล่า เพราะพิกัดคือตัวกำหนดทั้งสองเรื่องนี้โดยตรง อ่านวิธีคำนวณภาษีจากพิกัดต่อได้ในบทความ คำนวณภาษีนำเข้าแบบ CIF ทีละขั้น และขั้นสุดท้าย ถ้าสินค้าก้ำกึ่งระหว่างสองพิกัดจริง ๆ สามารถยื่นขอให้กรมศุลกากรวินิจฉัยพิกัดล่วงหน้าก่อนนำเข้าได้ ใช้เวลารอแต่แลกกับความแน่นอนทางกฎหมายที่คุ้มมากสำหรับสินค้าที่จะนำเข้าซ้ำยาว ๆ
ตัวอย่างสมมติ หูฟังบลูทูธที่พิกัดผิดตัวเดียว เสียหายหกหลัก
ลองดูตัวอย่างสมมติ คุณบีนำเข้าหูฟังไร้สายจากจีนมาขายออนไลน์ ล็อตละ 500 ชิ้น โดยใช้พิกัดเดียวกับหูฟังมีสายตามที่โรงงานใส่มาให้ใน Invoice นำเข้าไปแล้ว 4 ล็อตโดยไม่มีปัญหา กระทั่งล็อตที่ 5 โดนสุ่มตรวจ เจ้าหน้าที่พบว่าสินค้ามีภาครับส่งบลูทูธ ต้องใช้พิกัดของอุปกรณ์สื่อสารไร้สายและต้องมีใบอนุญาต กสทช. ผลคือของล็อตนั้นโดนกักทันที และย้อนตรวจ 4 ล็อตก่อนหน้าทั้งหมด
ความเสียหายรวมของเคสแบบนี้คือภาษีส่วนต่างย้อนหลัง เงินเพิ่ม ค่าปรับ ค่าฝากเก็บระหว่างของโดนกัก และต้นทุนเวลาอีกหลายสัปดาห์กว่าจะเคลียร์จบ รวมกันแตะหลักแสนได้ไม่ยากทั้งที่ต้นเหตุคือรหัสไม่กี่หลักที่ไม่เคยเช็คเอง บทเรียนจากเคสสมมตินี้ชัดมาก พิกัดของสินค้าที่นำเข้าซ้ำเป็นประจำ ควรยืนยันให้ถูกตั้งแต่ล็อตแรก เพราะทุกล็อตที่ผ่านไปด้วยพิกัดผิดคือหนี้ภาษีที่รอวันโดนเรียกย้อนหลัง
รู้ตัวว่าใส่ผิดไปแล้ว แก้อย่างไรให้เจ็บน้อยที่สุด
ถ้าของยังไม่ออกจากด่าน ให้รีบแจ้งแก้ใบขนให้ถูกต้องก่อนเจ้าหน้าที่ตรวจพบ ความเสียหายจะจำกัดอยู่ที่ภาษีส่วนต่างและเวลาที่เพิ่มขึ้น ถ้าของออกไปแล้วและเพิ่งมารู้ทีหลัง ทางที่ถูกคือเข้าสู่กระบวนการแจ้งขอแก้ไขและชำระส่วนที่ขาดด้วยตัวเองก่อนโดนตรวจพบ การเดินเข้าหาระบบเองมักได้รับการพิจารณาที่เบากว่าการรอให้ระบบมาเจอเสมอ สิ่งที่ไม่ควรทำที่สุดคือเงียบแล้วหวังว่าจะไม่โดนตรวจ เพราะข้อมูลใบขนทุกใบอยู่ในระบบและตรวจย้อนหลังได้ตลอด
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังไม่มั่นใจว่าพิกัดสินค้าของตัวเองถูกหรือไม่ หรือกำลังเจอปัญหาโดนประเมินย้อนหลังอยู่ ให้ทีม JEFF INTER ช่วยดูให้ก่อนได้ เราเช็คพิกัด ประเมินภาษี และวางแผนการนำเข้าทางอากาศและทางเรือให้ฟรีทุกเคส ไม่เก็บเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย พร้อมใบเสร็จภาษีของกรมศุลกากรตัวจริงตรวจสอบได้ทุกบาท โทร 084 672 2669 หรือ LINE @jeffinter ส่งรูปสินค้าและเอกสารมาให้ดูได้เลยตลอด 24 ชั่วโมง
ของติดด่านอยู่ใช่ไหม ให้เราช่วยดูให้ก่อน
ส่งรายละเอียดมาให้ทีมงานประเมินภาษีและค่าใช้จ่ายได้ฟรี ไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย