แปลงราคา CIF เป็นเงินบาทใช้เรทไหน อัตราแลกเปลี่ยนศุลกากรต่างจากธนาคารอย่างไร
ก่อนคำนวณภาษีนำเข้า ต้องแปลงราคา CIF จากสกุลเงินต่างประเทศเป็นเงินบาทด้วยอัตราแลกเปลี่ยนของกรมศุลกากร ไม่ใช่เรทธนาคารหรือเรทที่คุณโอนจริง บทความนี้อธิบายว่าเรทศุลกากรคืออะไร เช็คที่ไหน ใช้วันไหน พร้อมตัวอย่างคำนวณให้เห็นตัวเลขจริง
ทำไมภาษีที่โดนเรียกเก็บ ไม่ตรงกับที่คำนวณเองจากเรทธนาคาร
ผู้นำเข้ามือใหม่เกือบทุกคนเคยเจอเหตุการณ์นี้ คำนวณภาษีนำเข้าจากราคา CIF ไว้ล่วงหน้าอย่างละเอียด โดยเอายอดเงินดอลลาร์หรือหยวนที่จ่ายจริงคูณกับเรทที่ธนาคารหักตอนโอนเงิน แต่พอใบขนสินค้าออกมา ตัวเลขฐานภาษีกลับไม่ตรงกับที่คิดไว้ บางครั้งสูงกว่า บางครั้งต่ำกว่า จนสงสัยว่าชิปปิ้งคิดเลขผิดหรือโดนบวกอะไรเพิ่มหรือเปล่า
คำตอบส่วนใหญ่ไม่ใช่ความผิดพลาดของใครเลย แต่เป็นเพราะกรมศุลกากรไทยไม่ได้ใช้เรทธนาคารพาณิชย์ และไม่ได้ใช้เรทที่คุณโอนเงินจริงในการแปลงราคา CIF เป็นเงินบาท กรมศุลกากรมีอัตราแลกเปลี่ยนของตัวเองที่ประกาศเป็นรายเดือน เรียกกันติดปากว่าเรทศุลกากร และเรทนี้คือตัวเดียวที่ใช้คำนวณฐานภาษีของใบขนสินค้าทุกฉบับ ใครเข้าใจเรื่องนี้ก่อน จะประเมินต้นทุนนำเข้าได้แม่นกว่าคู่แข่งที่เดาจากเรทหน้าแอปธนาคาร
อัตราแลกเปลี่ยนศุลกากรคืออะไร ประกาศเมื่อไหร่ ใช้กับราคา CIF อย่างไร

อัตราแลกเปลี่ยนศุลกากรคืออัตราที่กรมศุลกากรประกาศไว้ล่วงหน้าสำหรับใช้แปลงมูลค่าสินค้าสกุลเงินต่างประเทศเป็นเงินบาทในการผ่านพิธีการ โดยออกเป็นประกาศกรมศุลกากรทุกเดือน อ้างอิงจากอัตราอ้างอิงของธนาคารแห่งประเทศไทยในช่วงก่อนหน้า แล้วกำหนดให้ใช้ตลอดทั้งเดือนถัดไป ความหมายในทางปฏิบัติคือ ภายในเดือนเดียวกัน ไม่ว่าเรทตลาดจะแกว่งขึ้นลงแค่ไหน ฐานภาษีของคุณจะคำนวณจากเรทเดียวที่ล็อกไว้แล้ว
จุดที่ต้องรู้คือเรทขาเข้าใช้อัตราขาย ไม่ใช่อัตราซื้อ เพราะมองจากมุมผู้นำเข้าที่ต้องซื้อเงินตราต่างประเทศไปจ่ายค่าสินค้า ตัวเรทเช็คได้ฟรีจากเว็บไซต์กรมศุลกากร ในหัวข้อประกาศอัตราแลกเปลี่ยน หรือถามชิปปิ้งที่ดูแลงานคุณก็ได้คำตอบภายในไม่กี่นาที วันที่ที่ใช้ยึดคือวันที่ยื่นใบขนสินค้า ไม่ใช่วันที่เรือออก ไม่ใช่วันที่คุณโอนเงินให้ผู้ขาย ดังนั้นของที่ซื้อล็อตเดียวกันแต่เคลียร์คนละเดือน ฐานภาษีเป็นเงินบาทอาจต่างกันได้ทั้งที่ราคา CIF สกุลต่างประเทศเท่ากันเป๊ะ
ตัวอย่างสมมติ: ยอดเดียวกัน แต่ฐานภาษีต่างกันเพราะเรทคนละตัว
ลองดูตัวอย่างสมมติให้เห็นภาพ ผู้นำเข้ารายหนึ่งสั่งอะไหล่เครื่องใช้ไฟฟ้าจากจีน ราคาสินค้า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าขนส่งระหว่างประเทศ 800 ดอลลาร์ ค่าประกันภัย 50 ดอลลาร์ รวมเป็นราคา CIF 10,850 ดอลลาร์ ตอนโอนเงินจริงธนาคารคิดเรท 35.20 บาทต่อดอลลาร์ เขาจึงกะว่าฐานภาษีคือ 381,920 บาท
แต่เดือนที่ยื่นใบขน เรทศุลกากรอัตราขายประกาศไว้ที่ 35.65 บาทต่อดอลลาร์ ฐานภาษีจริงจึงเป็น 10,850 คูณ 35.65 เท่ากับ 386,802.50 บาท ถ้าสินค้าเสียอากรขาเข้า 10 เปอร์เซ็นต์ อากรจะอยู่ที่ประมาณ 38,680 บาท แล้วค่อยนำไปรวมเป็นฐานคิดภาษีมูลค่าเพิ่มอีกชั้น ส่วนต่างจากที่กะไว้ตอนแรกราวพันกว่าบาทอาจดูไม่มาก แต่ถ้านำเข้าเดือนละหลายล็อตหรือมูลค่าสูงขึ้นสิบเท่า ส่วนต่างนี้คือเงินหลักหมื่นที่ควรอยู่ในแผนต้นทุนตั้งแต่แรก ใครอยากไล่สูตรเต็มตั้งแต่ CIF จนถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม อ่านต่อได้ในบทความ คำนวณภาษีนำเข้าแบบ CIF ทีละขั้น พร้อมตัวอย่างจริง ในเว็บนี้
เคลียร์ของช่วงปลายเดือนหรือต้นเดือนดี เมื่อเรทกำลังจะเปลี่ยน

เพราะเรทศุลกากรล็อกเป็นรายเดือน ช่วงรอยต่อปลายเดือนต่อต้นเดือนจึงเป็นจังหวะที่ผู้นำเข้าที่วางแผนเก่งใช้ประโยชน์ได้จริง ถ้าเงินบาทกำลังแข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ เรทเดือนใหม่มีแนวโน้มต่ำกว่าเดือนปัจจุบัน การเลื่อนยื่นใบขนไปต้นเดือนอาจทำให้ฐานภาษีลดลงทันทีโดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม ในทางกลับกัน ถ้าบาทกำลังอ่อน การรีบเคลียร์ภายในเดือนนี้จะได้เรทเก่าที่ถูกกว่า
ทั้งนี้ต้องชั่งน้ำหนักกับต้นทุนอีกฝั่งเสมอ ของที่มาทาง Air Freight ลงที่สุวรรณภูมิมีค่าเก็บรักษาคลังสินค้าที่เดินหน้าทุกวัน ส่วนของทางเรือมีเรื่อง Demurrage และ Detention ถ้าตู้ค้างเกินเวลาฟรี การเลื่อนเคลียร์เพื่อประหยัดส่วนต่างเรทไม่กี่สตางค์ต่อดอลลาร์ แต่โดนค่าเก็บรักษาวันละหลายร้อยถึงหลายพันบาท อาจกลายเป็นขาดทุนแทน วิธีคิดที่ถูกคือให้ชิปปิ้งช่วยกางตัวเลขสองฝั่งเทียบกันก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยเรื่องเรทกับราคา CIF
ข้อแรก ใช้เรทจากแอปธนาคารหรือเรทร้านแลกเงินมาคำนวณต้นทุนแล้วตั้งราคาขายทันที พอเจอเรทศุลกากรจริงบวกกับค่าใช้จ่ายหน้าด่าน กำไรที่คิดไว้บางลงโดยไม่รู้ตัว ทางแก้คือเผื่อส่วนต่างเรทไว้ในแผนราว 1 ถึง 2 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าสินค้าเสมอ ข้อสอง เข้าใจว่าใช้เรทวันที่โอนเงิน จริงๆ ต้องใช้เรทเดือนที่ยื่นใบขนสินค้า ข้อสาม ลืมว่าราคา CIF ต้องรวมค่าขนส่งและค่าประกันภัยก่อนค่อยคูณเรท บางคนคูณเฉพาะค่าสินค้า ฐานภาษีเลยต่ำกว่าจริงและโดนศุลกากรประเมินเพิ่มภายหลัง
ข้อสี่ สินค้าที่ตกลงซื้อขายเป็นเทอมอื่น เช่น FOB หรือ EXW ต้องบวกค่าใช้จ่ายให้ครบจนเทียบเท่า CIF ก่อนแปลงเป็นบาท ไม่ใช่ใช้ยอดในอินวอยซ์ตรงๆ และข้อห้า กรอกสกุลเงินในใบขนผิด เช่น สินค้าเป็นหยวนแต่ระบุเป็นดอลลาร์ ตัวเลขจะเพี้ยนทั้งฉบับ เช็คลิสต์ก่อนยื่นใบขนทุกครั้งคือ สกุลเงินถูกต้อง ยอด CIF ครบสามส่วน เรทตรงกับประกาศเดือนที่ยื่น และพิกัดศุลกากรนิ่งแล้ว
อยากรู้ฐานภาษีล่วงหน้าก่อนของออกจากต้นทาง ให้เราช่วยกางตัวเลข
เรื่องเรทศุลกากรเป็นแค่หนึ่งฟันเฟืองในการคำนวณต้นทุนนำเข้า ยังมีพิกัดศุลกากร อัตราอากร สิทธิลดภาษีตาม FTA และค่าใช้จ่ายหน้าด่านอีกหลายรายการที่ต้องประกอบกันให้ครบ ถึงจะได้ตัวเลขที่เชื่อถือได้จริง JEFF INTER รับดูแลนำเข้าทั้งทาง Air Freight และ Sea Freight พร้อมเคลียร์พิธีการศุลกากรครบวงจร ทีมงานช่วยประเมินฐานภาษีจากราคา CIF ด้วยเรทประกาศล่าสุดให้ก่อนตัดสินใจสั่งของ ประเมินฟรี ไม่เก็บเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย โทร 084 672 2669 (คุณแนน) หรือ LINE @jeffinter ส่งรายละเอียดสินค้ามาได้เลย เราช่วยกางตัวเลขให้เห็นทุกบรรทัดก่อนเงินออกจากกระเป๋า
ของติดด่านอยู่ใช่ไหม ให้เราช่วยดูให้ก่อน
ส่งรายละเอียดมาให้ทีมงานประเมินภาษีและค่าใช้จ่ายได้ฟรี ไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย