บทความ/ภาษีนำเข้า29 ต.ค. 2569อ่าน 8 นาที

Form E กับ HS Code ไม่ตรงกัน ใช้สิทธิลดภาษี 0% ไม่ได้ เช็คอย่างไรก่อนของออกจากจีน

ภาพประกอบบทความ Form E กับ HS Code ไม่ตรงกัน ใช้สิทธิลดภาษี 0% ไม่ได้ เช็คอย่างไรก่อนของออกจากจีน

Form E จะใช้ลดภาษีนำเข้าสินค้าจีนได้ HS Code บนฟอร์มต้องตรงกับพิกัดที่สำแดงตอนเคลียร์ของ บทความนี้สอนวิธีเช็คความตรงกันทีละขั้นตอนก่อนเรือออก พร้อมทางแก้เมื่อฟอร์มถูกปฏิเสธ

ทำไม Form E ถึงถูกปฏิเสธ ทั้งที่สินค้าผลิตในจีนจริง

ผู้นำเข้าจำนวนมากเข้าใจว่าแค่มี Form E แนบมากับสินค้า ภาษีนำเข้าจากจีนก็จะลดเหลือ 0 ทันที แต่ในทางปฏิบัติ เงื่อนไขสำคัญที่สุดข้อหนึ่งคือ HS Code ที่ระบุบน Form E ต้องสอดคล้องกับพิกัดศุลกากรที่สำแดงในใบขนสินค้าขาเข้าของไทย ถ้าสองตัวนี้ไม่ตรงกันหรือตีความคนละทาง เจ้าหน้าที่มีสิทธิไม่รับฟอร์ม และคุณต้องจ่ายอากรขาเข้าเต็มอัตราปกติ

ความเสียหายไม่ใช่แค่ภาษีที่เพิ่มขึ้น แต่รวมถึงเวลาที่ของค้างอยู่ที่ด่านระหว่างรอพิจารณา ค่าเก็บรักษาที่เดินทุกวัน และบางเคสต้องส่งเรื่องกลับไปแก้ฟอร์มที่ประเทศต้นทางซึ่งใช้เวลาเป็นสัปดาห์ บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่ว่า HS Code บนฟอร์มมาจากไหน จุดไหนที่มักไม่ตรงกัน และวิธีเช็คให้จบก่อนสินค้าออกจากโรงงานจีน ใครยังไม่แน่ใจว่าพิกัดศุลกากรคืออะไร แนะนำอ่านบทความ HS Code คืออะไร ในเว็บนี้ก่อน แล้วค่อยกลับมาอ่านต่อจะเห็นภาพชัดขึ้นมาก

HS Code บน Form E มาจากไหน และทำไมถึงไม่ตรงกับฝั่งไทยได้

HS Code บน Form E มาจากไหน และทำไมถึงไม่ตรงกับฝั่งไทยได้

Form E ออกโดยหน่วยงานของทางการจีนตามคำขอของผู้ส่งออก ซึ่งหมายความว่าคนที่กรอก HS Code ลงฟอร์มคือฝั่งโรงงานหรือเอเย่นต์จีน ไม่ใช่คุณ และไม่ใช่ศุลกากรไทย ปัญหาคือระบบพิกัดของแต่ละประเทศใช้เลข 6 หลักแรกร่วมกันตามมาตรฐานสากลเท่านั้น หลักที่ 7 ถึง 8 แต่ละประเทศกำหนดเอง ฝั่งจีนจึงอาจจำแนกสินค้าตัวเดียวกันไว้คนละประเภทย่อยกับไทย

ที่เจอบ่อยกว่านั้นคือความผิดพลาดระดับพื้นฐาน เช่น โรงงานใช้พิกัดเดิมที่เคยออกให้ลูกค้ารายอื่นซึ่งสินค้าไม่เหมือนกันเสียทีเดียว หรือใส่พิกัดของวัตถุดิบแทนพิกัดของสินค้าสำเร็จรูป บางเคสผู้ส่งออกกรอกตามความเข้าใจตัวเองโดยไม่เคยถามฝั่งผู้นำเข้าเลยว่าไทยตีความพิกัดนี้อย่างไร เมื่อเลข 6 หลักแรกบนฟอร์มไม่ตรงกับใบขนฝั่งไทย เจ้าหน้าที่จะตั้งข้อสงสัยทันทีว่าสินค้าบนฟอร์มกับสินค้าที่มาถึงจริงคือตัวเดียวกันหรือไม่

เช็คความตรงกันทีละขั้นตอน ก่อนให้ฝั่งจีนยื่นขอ Form E

ขั้นแรก หาพิกัดฝั่งไทยของสินค้าคุณให้นิ่งก่อน โดยเช็คจากระบบค้นหาพิกัดอัตราศุลกากรของกรมศุลกากร หรือใช้เครื่องมือเช็คพิกัด HS บนเว็บนี้ช่วยคัดกรองเบื้องต้น จดทั้งเลข 8 หลักของไทยและอัตราอากรปกติไว้ ขั้นที่สอง ส่งเลข 6 หลักแรกให้ผู้ส่งออกจีน พร้อมระบุชื่อสินค้าภาษาอังกฤษที่จะใช้บน Invoice ให้ตรงกันทุกเอกสาร

ขั้นที่สาม ขอดูร่าง Form E ก่อนยื่นจริงเสมอ จุดที่ต้องไล่เช็คคือช่อง HS Code ต้องตรงกับ 6 หลักแรกของพิกัดไทย ชื่อสินค้าต้องสะกดเหมือน Invoice และ Packing List น้ำหนักและจำนวนหีบห่อต้องตรงกับที่แพ็คจริง และชื่อผู้นำเข้าต้องเป็นชื่อเดียวกับผู้สำแดงในใบขนฝั่งไทย ขั้นสุดท้าย เก็บสำเนาทุกเอกสารไว้ชุดเดียวกันก่อนเรือออก เพราะการแก้ฟอร์มตอนของยังอยู่จีนใช้เวลาไม่กี่วัน แต่การแก้ตอนของถึงไทยแล้วอาจหมายถึงค่าเช่าคลังที่เดินทุกวันระหว่างรอ

ตัวอย่างสมมติ: พิกัดเพี้ยนหลักเดียว ภาษีต่างกันหลักหมื่น

ตัวอย่างสมมติ: พิกัดเพี้ยนหลักเดียว ภาษีต่างกันหลักหมื่น

ลองดูตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นภาพ ผู้นำเข้ารายหนึ่งสั่งโคมไฟ LED สำเร็จรูปจากจีน มูลค่าตามราคา CIF ประมาณ 400,000 บาท พิกัดฝั่งไทยของโคมไฟสำเร็จรูปมีอัตราอากรปกติ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่โรงงานจีนออก Form E โดยใส่พิกัดของหลอด LED ซึ่งเป็นคนละประเภทกัน เมื่อของถึงท่าเรือ เจ้าหน้าที่เห็นว่าพิกัดบนฟอร์มไม่ตรงกับสินค้าที่สำแดง จึงไม่ให้ใช้สิทธิลดอัตราอากร

ผลคือแทนที่จะเสียอากร 0 บาทตามสิทธิ Form E ผู้นำเข้าต้องจ่ายอากรขาเข้า 10 เปอร์เซ็นต์ของราคา CIF คือ 40,000 บาท บวกภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากฐานที่โตขึ้น รวมส่วนต่างที่งอกมาเกือบ 43,000 บาทจากความผิดพลาดช่องเดียวบนฟอร์ม ใครอยากเข้าใจวิธีไล่ตัวเลขแบบละเอียด เว็บนี้มีบทความ คำนวณภาษีนำเข้าแบบ CIF ทีละขั้น ที่แสดงสูตรครบทุกบรรทัด ตัวอย่างนี้เป็นเหตุการณ์สมมติ แต่โครงสร้างปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นจริงกับผู้นำเข้ามือใหม่อยู่เสมอ

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย และวิธีป้องกันตั้งแต่ต้นทาง

ข้อแรก ปล่อยให้โรงงานจีนตัดสินใจเรื่องพิกัดฝ่ายเดียว ทางแก้คือผู้นำเข้าต้องเป็นคนกำหนดเลข 6 หลักแรกแล้วส่งให้ฝั่งจีนใช้ ข้อสอง ชื่อสินค้าบนเอกสารแต่ละใบไม่เหมือนกัน เช่น Invoice เขียนอย่าง Form E เขียนอีกอย่าง ทางแก้คือล็อกชื่อภาษาอังกฤษหนึ่งชื่อแล้วใช้ทุกเอกสาร ข้อสาม สั่งสินค้าหลายรุ่นปนกันในตู้เดียวแต่ฟอร์มระบุพิกัดเดียว ทางแก้คือแยกรายการบนฟอร์มให้ครบทุกพิกัดที่มีจริง

ข้อสี่ รีบให้โรงงานยื่นขอฟอร์มก่อนสรุปสเปคสินค้า พอสเปคเปลี่ยนตอนผลิตจริง ฟอร์มที่ออกมาแล้วก็ไม่ตรงกับของ ทางแก้คือยื่นขอฟอร์มหลังสินค้าผลิตเสร็จและแพ็คนิ่งแล้วเท่านั้น ข้อห้า ไม่เคยเช็คว่าพิกัดที่ใช้อยู่ถูกต้องจริงไหม สำหรับสินค้าที่สั่งซ้ำล็อตใหญ่เป็นประจำ การขอวินิจฉัยพิกัดล่วงหน้ากับกรมศุลกากรช่วยล็อกความแน่นอนได้ทั้งเรื่องอัตราภาษีและสิทธิ FTA ก่อนตัดสินใจลงเงินก้อนใหญ่

ถ้าฟอร์มถูกปฏิเสธไปแล้ว ยังพอมีทางไหนบ้าง

กรณีของถึงด่านแล้วฟอร์มมีปัญหา ทางเลือกแรกคือชำระอากรเต็มอัตราไปก่อนเพื่อเอาของออก พร้อมสงวนสิทธิขอคืนอากรภายหลัง แล้วให้ฝั่งจีนออก Form E ฉบับแก้ไขย้อนหลังมายื่นประกอบคำขอคืน วิธีนี้ของไม่ค้างด่านแต่เงินจะจมระหว่างรอพิจารณา ทางเลือกที่สองคือวางประกันแล้วรอฟอร์มใหม่ ซึ่งเหมาะกับเคสที่มั่นใจว่าฝั่งจีนแก้ได้เร็ว ทั้งสองทางมีเงื่อนไขเรื่องระยะเวลาและเอกสารที่ต้องยื่นให้ครบ จึงควรตัดสินใจโดยมีคนที่ทำเรื่องแบบนี้เป็นประจำช่วยประเมินก่อน

ถ้าคุณกำลังจะสั่งสินค้าจากจีนและอยากใช้สิทธิ Form E ให้ผ่านตั้งแต่ครั้งแรก หรือมีของติดด่านเพราะฟอร์มมีปัญหาอยู่ตอนนี้ ทีม JEFF INTER ยินดีช่วยเช็คพิกัดและไล่เอกสารให้ก่อนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เราทำพิธีการศุลกากรและขนส่งทางเรือทางอากาศจากจีนมากว่า 15 ปี ประเมินฟรี ไม่เก็บเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย โทร 084 672 2669 (คุณแนน) หรือแอดไลน์ @jeffinter ส่งรูปเอกสารมาให้ดูได้เลย รู้ผลเบื้องต้นภายในวันเดียวกัน

ของติดด่านอยู่ใช่ไหม ให้เราช่วยดูให้ก่อน

ส่งรายละเอียดมาให้ทีมงานประเมินภาษีและค่าใช้จ่ายได้ฟรี ไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย

อ่านบทความทั้งหมด →