บทความ/ของติดด่าน1 ต.ค. 2569อ่าน 8 นาที

ของติดด่านเพราะถูกสงสัยสำแดงราคาต่ำ ศุลกากรขอประเมินราคาใหม่ ต้องพิสูจน์อย่างไรให้ของออกเร็วที่สุด

ภาพประกอบบทความ ของติดด่านเพราะถูกสงสัยสำแดงราคาต่ำ ศุลกากรขอประเมินราคาใหม่ ต้องพิสูจน์อย่างไรให้ของออกเร็วที่สุด

เจาะลึกเคสของติดด่านจากข้อสงสัยเรื่องราคา ทำไมศุลกากรถึงไม่เชื่อ Invoice หลักการประเมินราคาศุลกากรทำงานอย่างไร เอกสารหลักฐานการโอนเงินแบบไหนใช้ยืนยันได้จริง พร้อมตัวอย่างสมมติการเดินเรื่องทีละขั้นและข้อผิดพลาดที่ทำให้เรื่องยืดเยื้อ

ทำไมศุลกากรถึงสงสัยว่าสำแดงราคาต่ำ และเกิดอะไรขึ้นกับของของคุณ

หนึ่งในสาเหตุยอดฮิตที่ทำให้ของติดด่านทั้งทางเรือและทางอากาศ คือเจ้าหน้าที่ศุลกากรสงสัยว่าราคาที่สำแดงใน Invoice ต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะฐานภาษีนำเข้าคำนวณจากราคาของบวกค่าขนส่งและประกันภัย ถ้าราคาต่ำ ภาษีก็ต่ำตาม ศุลกากรจึงมีระบบฐานข้อมูลราคาสินค้าชนิดเดียวกันที่เคยนำเข้ามาก่อน เมื่อราคาที่คุณสำแดงต่ำกว่าช่วงราคาในระบบอย่างชัดเจน ใบขนสินค้าจะถูกเปิดตรวจและของจะยังไม่ได้รับการปล่อยจนกว่าจะเคลียร์เรื่องราคาได้

สิ่งที่ตามมาคือเจ้าหน้าที่จะขอเอกสารเพิ่มเติมเพื่อพิสูจน์ว่าราคาที่สำแดงคือราคาซื้อขายจริง ระหว่างนั้นของจะค้างอยู่ที่ท่าเรือหรือคลังสินค้าสนามบิน มีค่าฝากเก็บเดินทุกวัน ยิ่งตอบช้า เอกสารยิ่งไม่ครบ ค่าใช้จ่ายแฝงยิ่งบาน หลายคนเข้าใจผิดว่าโดนสงสัยแปลว่าโดนกล่าวหาว่าโกง จริงแล้วนี่คือขั้นตอนตรวจสอบตามปกติ ถ้าหลักฐานเราแน่น เรื่องจบได้เร็วกว่าที่คิดมาก

หลักการประเมินราคาศุลกากร ราคาซื้อขายจริงคือหลัก แต่ต้องพิสูจน์ให้ได้

หลักการประเมินราคาศุลกากร ราคาซื้อขายจริงคือหลัก แต่ต้องพิสูจน์ให้ได้

ระบบราคาศุลกากรของไทยใช้หลักสากลตามความตกลง WTO คือยึดราคาซื้อขายจริงของของที่นำเข้าเป็นหลักก่อนเสมอ แปลว่าถ้าคุณซื้อของมาถูกจริง เพราะต่อรองเก่ง ซื้อล็อตใหญ่ หรือได้โปรโมชันจากโรงงาน คุณมีสิทธิ์สำแดงราคานั้นได้เต็มที่ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ราคาถูก แต่อยู่ที่การพิสูจน์ว่าราคานั้นคือเงินที่จ่ายจริงทั้งหมด ไม่มีการจ่ายแยกนอกระบบเพิ่มอีกก้อน

เมื่อพิสูจน์ราคาซื้อขายจริงไม่ได้ เจ้าหน้าที่จึงจะขยับไปใช้วิธีถัดไปตามลำดับ เช่น เทียบราคาของชนิดเดียวกันหรือใกล้เคียงกันที่นำเข้าในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ซึ่งมักออกมาสูงกว่าราคาที่เราซื้อได้จริง ภาษีจึงแพงขึ้นตาม นี่คือเหตุผลว่าทำไมการเก็บหลักฐานการจ่ายเงินให้ครบจึงสำคัญกว่าการเถียงด้วยปากเปล่าหลายเท่า

อีกจุดที่ต้องเข้าใจคือราคาศุลกากรรวมมากกว่าค่าของ ค่าขนส่งระหว่างประเทศ ค่าประกันภัย รวมถึงค่าแม่พิมพ์หรือค่าออกแบบที่ผู้ซื้อออกให้ผู้ผลิตในบางกรณี ก็ต้องนำมารวมเป็นฐานราคาด้วย ถ้าสำแดงเฉพาะค่าของเพียวแล้วลืมส่วนอื่น ก็กลายเป็นช่องให้ถูกมองว่าสำแดงต่ำโดยไม่ตั้งใจได้เหมือนกัน

เอกสารหลักฐานที่ใช้ยืนยันราคา เตรียมให้ครบตั้งแต่วันที่โอนเงิน ไม่ใช่วันที่ของติด

หลักฐานที่มีน้ำหนักที่สุดคือเส้นทางการเงินที่ตรงกับ Invoice ทุกจุด ได้แก่ สลิปโอนเงินระหว่างประเทศหรือหลักฐานการชำระผ่านแพลตฟอร์ม ที่ยอดเงิน ชื่อผู้รับ และช่วงเวลาสอดคล้องกับใบกำกับสินค้า ใบเสนอราคาและบทสนทนาการต่อรองกับผู้ขาย สัญญาซื้อขายหรือ Proforma Invoice ที่ออกก่อนผลิต รวมถึงหน้าประกาศราคาสินค้ารุ่นเดียวกันบนเว็บไซต์ผู้ขาย ถ้าซื้อผ่านแพลตฟอร์มอย่าง 1688 หรือ Alibaba ให้เก็บภาพหน้าคำสั่งซื้อที่เห็นราคาต่อหน่วยชัดเจนไว้ด้วย

เคล็ดลับที่มืออาชีพใช้คือทำแฟ้มเอกสารต่อหนึ่งการสั่งซื้อตั้งแต่ต้น ใบเสนอราคา หลักฐานโอนมัดจำ หลักฐานโอนยอดคงเหลือ Invoice ตัวจริง Packing List และเอกสารขนส่ง จัดเรียงตามลำดับเวลา เมื่อไรที่โดนขอเอกสาร สามารถส่งได้ภายในวันเดียวแบบไม่ต้องวิ่งไล่ขอจากผู้ขายย้อนหลัง เพราะการขอเอกสารย้อนหลังจากโรงงานจีนช่วงที่ของติดด่านอยู่ คือหนึ่งในขั้นตอนที่กินเวลามากที่สุดของเคสประเภทนี้

ตัวอย่างสมมติ สั่งกระเป๋าผ้า 2,000 ใบจากจีน โดนสงสัยราคาต่ำ เดินเรื่องอย่างไรให้ของออกใน 5 วัน

ตัวอย่างสมมติ สั่งกระเป๋าผ้า 2,000 ใบจากจีน โดนสงสัยราคาต่ำ เดินเรื่องอย่างไรให้ของออกใน 5 วัน

ลองดูตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นภาพ ร้านค้าออนไลน์แห่งหนึ่งสั่งกระเป๋าผ้าแคนวาส 2,000 ใบจากโรงงานจีนในราคาใบละ 12 บาท เพราะสั่งล็อตใหญ่และเป็นลูกค้าประจำ ขณะที่ฐานข้อมูลของศุลกากรมีประวัติสินค้าใกล้เคียงกันนำเข้าที่ราคาสูงกว่านั้น ใบขนจึงถูกเปิดตรวจและขอหลักฐานราคา ภายในสองวันแรก เจ้าของร้านรวบรวมใบเสนอราคาที่ต่อรองกันทางแชท สลิปโอนเงินสองงวดที่ยอดรวมตรงกับ Invoice พอดี และภาพหน้าร้านค้าออนไลน์ของโรงงานที่แสดงราคาขายส่งรุ่นเดียวกัน ส่งให้ตัวแทนออกของยื่นประกอบคำชี้แจง

เมื่อเอกสารสอดคล้องกันทั้งเส้น เจ้าหน้าที่รับฟังราคาซื้อขายจริงและปล่อยของออกได้ในวันทำการที่ห้า เสียเพียงค่าฝากเก็บไม่กี่พันบาท เทียบกับอีกทางหนึ่งที่เจ้าของร้านบางรายเลือกยอมให้ประเมินราคาใหม่เพื่อรีบเอาของออกโดยไม่สู้ด้วยเอกสาร ซึ่งนอกจากจะจ่ายภาษีแพงขึ้นในรอบนั้นแล้ว ราคาประเมินใหม่ยังมักถูกใช้อ้างอิงกับการนำเข้ารอบถัดไปอีกด้วย การสู้ด้วยหลักฐานหนึ่งครั้งจึงเป็นการลงทุนให้ทุกล็อตในอนาคต

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เคสยืดเยื้อ และวิธีป้องกันไม่ให้โดนซ้ำในล็อตถัดไป

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดมีอยู่ไม่กี่แบบ หนึ่ง จ่ายเงินผู้ขายผ่านบัญชีส่วนตัวหลายทอดจนเส้นทางเงินไม่ตรงกับ Invoice สอง ให้ผู้ขายออก Invoice ยอดต่ำกว่าจริงตามคำแนะนำของชิปปิ้งบางเจ้าเพื่อหวังประหยัดภาษี ซึ่งเสี่ยงทั้งค่าปรับย้อนหลังและประวัติติดตัวผู้นำเข้า สาม ตอบคำถามเจ้าหน้าที่ช้าเพราะไม่มีใครตามเรื่องให้ และสี่ สำแดงรายละเอียดสินค้ากว้างเกินไปจนเทียบราคากับฐานข้อมูลผิดกลุ่ม เช่น ระบุแค่กระเป๋า ทั้งที่จริงคือกระเป๋าผ้าแคนวาสไม่มีซับใน ราคาย่อมต่างจากกระเป๋าหนังหลายเท่า

วิธีป้องกันระยะยาวคือสำแดงราคาตรงตามจริงเสมอ เก็บหลักฐานการจ่ายเงินทุกครั้งแม้ล็อตเล็ก ระบุรายละเอียดสินค้าใน Invoice ให้ชัดถึงวัสดุและเกรด และทำงานกับตัวแทนออกของที่ยอมอธิบายเหตุผลทุกบรรทัด ไม่ใช่เจ้าที่ชวนให้กดราคาเอกสารต่ำ เพราะของถูกตรวจหนึ่งครั้งแล้วประวัติดี รอบถัดไปมักผ่านเร็วขึ้น แต่ถ้าประวัติเสียหนึ่งครั้ง ทุกล็อตหลังจากนั้นจะโดนจับตามากขึ้น

ถ้าตอนนี้ของของคุณกำลังติดด่านเพราะเรื่องราคา หรืออยากวางระบบเอกสารให้แน่นก่อนสั่งล็อตใหญ่ครั้งแรก ทีม JEFF INTER ยินดีดูเคสให้ฟรี เราเชี่ยวชาญพิธีการศุลกากรทั้งทางเรือและทางอากาศ ช่วยไล่เอกสารการเงินให้ตรงทุกจุดและประสานกับด่านให้จนจบ ประเมินฟรี ไม่เก็บเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย โทร 084 672 2669 (คุณแนน) หรือ LINE @jeffinter ได้ทุกวัน

ของติดด่านอยู่ใช่ไหม ให้เราช่วยดูให้ก่อน

ส่งรายละเอียดมาให้ทีมงานประเมินภาษีและค่าใช้จ่ายได้ฟรี ไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย

อ่านบทความทั้งหมด →