บทความ/ใบอนุญาต5 พ.ย. 2569อ่าน 8 นาที

HS Code อาหารสัตว์เลี้ยงและของใช้สัตว์ นำเข้ามาขายต้องเช็คพิกัดและใบอนุญาตอะไรบ้าง

ภาพประกอบบทความ HS Code อาหารสัตว์เลี้ยงและของใช้สัตว์ นำเข้ามาขายต้องเช็คพิกัดและใบอนุญาตอะไรบ้าง

ตลาดสัตว์เลี้ยงโตต่อเนื่อง หลายร้านอยากนำเข้าอาหารสัตว์ ขนม ของเล่น และอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงมาขาย แต่หมวดนี้มีทั้งเรื่อง HS Code ที่แยกละเอียด และใบอนุญาตจากกรมปศุสัตว์ที่ต้องขอก่อนนำเข้า บทความนี้ไล่ให้ครบตั้งแต่พิกัดที่เจอบ่อย อัตราภาษี ไปจนถึงขั้นตอนขอใบอนุญาตและจุดที่มือใหม่โดนกักของบ่อยที่สุด

สินค้าสัตว์เลี้ยงนำเข้า ทำไมถึงไม่ใช่แค่เรื่องภาษี แต่เป็นเรื่องใบอนุญาตด้วย

สินค้ากลุ่มสัตว์เลี้ยงเป็นหมวดที่ผู้นำเข้ามือใหม่สะดุดบ่อยเป็นอันดับต้นๆ เพราะมีสองด่านซ้อนกัน ด่านแรกคือ HS Code และภาษีนำเข้าเหมือนสินค้าทั่วไป ส่วนด่านที่สองคือกฎหมายควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ ที่กำหนดให้อาหารสัตว์และขนมสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่ต้องมีใบอนุญาตนำเข้าและขึ้นทะเบียนกับกรมปศุสัตว์ก่อนของจะเข้ามาขายได้ หลายคนเช็คแต่พิกัดภาษีแล้วกดสั่งเลย พอของมาถึงท่าจึงพบว่าปล่อยของไม่ได้เพราะไม่มีใบอนุญาต ทั้งที่ภาษีพร้อมจ่ายทุกบาท

ความเข้าใจพื้นฐานเรื่องพิกัดศุลกากรช่วยได้มากในหมวดนี้ ใครยังไม่คุ้นว่า HS Code คืออะไรและหาอย่างไร แนะนำให้อ่านบทความ HS Code คืออะไร ที่หน้า /blog/what-is-hs-code/ ก่อน แล้วค่อยกลับมาไล่พิกัดหมวดสัตว์เลี้ยงในบทความนี้ จะเห็นภาพเร็วขึ้นมาก

HS Code หมวดสินค้าสัตว์เลี้ยงที่เจอบ่อย อาหาร ขนม ของเล่น และอุปกรณ์

HS Code หมวดสินค้าสัตว์เลี้ยงที่เจอบ่อย อาหาร ขนม ของเล่น และอุปกรณ์

กลุ่มแรกที่ขายดีที่สุดคืออาหารสัตว์เลี้ยง อาหารสุนัขและแมวทั้งเม็ดและเปียกที่จัดทำเพื่อการขายปลีก ส่วนใหญ่อยู่ในพิกัดตอนที่ 23 ประเภท 23.09 ซึ่งแยกประเภทย่อยตามชนิดบรรจุและสูตร ขนมขัดฟัน ขนมแท่ง และอาหารว่างของสุนัขแมวก็วนอยู่ในประเภทเดียวกันนี้ ขณะที่อาหารปลาสวยงามและอาหารนกจะมีประเภทย่อยของตัวเอง กลุ่มที่สองคือของเล่นสัตว์ ซึ่งมักจัดตามวัสดุ ของเล่นยางและพลาสติกไปทางตอนที่ 39 หรือ 40 เชือกกัดผ้าไปทางหมวดสิ่งทอ ไม่ได้อยู่หมวดของเล่นเด็กอย่างที่หลายคนเข้าใจ

กลุ่มที่สามคืออุปกรณ์ เช่น ปลอกคอ สายจูง กรง บ้านสัตว์ ชามอาหาร เสื้อผ้าสัตว์ และทรายแมว แต่ละตัวจัดพิกัดตามวัสดุและลักษณะการใช้งาน เช่น ปลอกคอหนังไปทางเครื่องหนัง กรงโลหะไปทางของทำด้วยโลหะ ทรายแมวเบนโทไนท์ไปทางแร่ ส่วนอัตราอากรขาเข้าของทั้งสามกลุ่มกระจายตั้งแต่ยกเว้นอากรไปจนถึงหลักสิบเปอร์เซ็นต์ และสินค้าจากจีนจำนวนมากใช้สิทธิ Form E ลดอากรได้ ถ้าพิกัดบนเอกสารตรงกันทุกใบ ตัวเลขภาษีจริงจึงต้องเช็คเป็นรายพิกัด ไม่ควรเดาเหมารวม

อาหารสัตว์ต้องขออนุญาตกรมปศุสัตว์ก่อนนำเข้า ขั้นตอนเป็นอย่างไร

หัวใจของหมวดนี้คืออาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ ซึ่งครอบคลุมอาหารสุนัขและแมวแทบทุกรูปแบบ ผู้ที่จะนำเข้าต้องมีใบอนุญาตนำเข้าอาหารสัตว์ และตัวสินค้าแต่ละสูตรแต่ละยี่ห้อต้องขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะกับกรมปศุสัตว์ก่อน จึงจะนำเข้ามาจำหน่ายได้อย่างถูกต้อง การขึ้นทะเบียนต้องใช้เอกสารจากผู้ผลิตต้นทาง เช่น สูตรส่วนประกอบ ผลวิเคราะห์คุณภาพ และหนังสือรับรองการขาย ซึ่งใช้เวลาเตรียมและพิจารณาพอสมควร จึงควรเริ่มก่อนสั่งของล็อตจริงเสมอ

ตัวอย่างสมมติ ร้านขายของสัตว์เลี้ยงออนไลน์เจ้าหนึ่งเห็นขนมแมวเลียยี่ห้อหนึ่งขายดีมากในจีน จึงสั่งมาทดลองตลาดห้าสิบลัง โดยไม่รู้ว่าขนมแมวเลียจัดเป็นอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ ของมาถึงท่าเรือแล้วถูกกักไว้เพราะไม่มีใบอนุญาตและเลขทะเบียน สุดท้ายต้องเสียทั้งค่าฝากของรายวัน ค่าดำเนินการ และเวลาอีกหลายสัปดาห์กว่าจะแก้ปัญหาได้ บางเคสที่แก้ไม่ได้ก็ต้องส่งกลับต้นทางหรือปล่อยให้ถูกทำลาย เงินค่าสินค้าหายไปทั้งก้อน นี่คือเหตุผลที่ต้องเช็คเรื่องทะเบียนก่อนโอนเงินค่าของทุกครั้ง

ของใช้และของเล่นสัตว์ ไม่ต้องขอปศุสัตว์ แต่ต้องเช็คอะไรแทน

ของใช้และของเล่นสัตว์ ไม่ต้องขอปศุสัตว์ แต่ต้องเช็คอะไรแทน

ข่าวดีคือของใช้สัตว์เลี้ยงที่ไม่ใช่อาหาร เช่น ปลอกคอ สายจูง ชาม กรง เสื้อ ของเล่น และทรายแมว โดยทั่วไปไม่ต้องขอใบอนุญาตจากกรมปศุสัตว์ นำเข้าได้เหมือนสินค้าทั่วไป จุดที่ต้องเช็คจึงเหลือสองเรื่อง เรื่องแรกคือใส่ HS Code ให้ถูกตามวัสดุจริงของสินค้า เพราะพิกัดผิดหมายถึงอัตราภาษีผิด และอาจโดนประเมินย้อนหลังได้ เรื่องที่สองคือฐานราคาที่ใช้คำนวณภาษี ซึ่งศุลกากรคิดจากราคา CIF คือราคาสินค้ารวมค่าขนส่งและประกันภัยถึงไทย ใครยังไม่แน่ใจวิธีคำนวณ ลองอ่านตัวอย่างละเอียดได้ที่บทความ /blog/cif-import-tax-calculation/

มีข้อยกเว้นที่ควรรู้ไว้สองสามจุด อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับสัตว์ เช่น ปลอกคอ GPS กล้องดูสัตว์ หรือเครื่องให้อาหารอัตโนมัติที่เชื่อมต่อ WiFi หรือ Bluetooth อาจเข้าเกณฑ์ต้องผ่านการอนุญาตด้าน กสทช. เหมือนแกดเจ็ตทั่วไป ส่วนแชมพูหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสัตว์บางประเภทอาจคาบเกี่ยวกับกฎหมายวัตถุอันตรายหรือยาสัตว์ ถ้าฉลากระบุสรรพคุณรักษา กลุ่มนี้ควรเช็คเป็นรายตัวก่อนสั่ง อย่าอิงจากคำว่าของใช้สัตว์เลี้ยงเพียงอย่างเดียว

เช็คลิสต์ก่อนสั่งสินค้าสัตว์เลี้ยงล็อตแรก ฉบับใช้งานจริง

ก่อนโอนเงินค่าสินค้า ไล่เช็คตามนี้ หนึ่ง แยกรายการสินค้าให้ชัดว่าตัวไหนเป็นอาหารหรือขนมสัตว์ ตัวไหนเป็นของใช้ เพราะเส้นทางเอกสารต่างกันคนละเรื่อง สอง สำหรับอาหารและขนม เช็คว่าต้องขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะหรือไม่ และเผื่อเวลาขอใบอนุญาตก่อนสั่งล็อตจริง สาม หา HS Code ของสินค้าทุกตัวพร้อมอัตราอากร และเช็คสิทธิลดภาษีจาก Form E ถ้าสั่งจากจีน สี่ ขอเอกสารจากผู้ขายให้ครบ ทั้งอินวอยซ์ แพ็คกิ้งลิสต์ และเอกสารประกอบการขึ้นทะเบียนกรณีเป็นอาหารสัตว์ ห้า คำนวณต้นทุนรวมทั้งค่าสินค้า ค่าขนส่ง ภาษี และค่าดำเนินการ ก่อนตั้งราคาขาย

ถ้าไล่ครบห้าข้อนี้ตั้งแต่ยังไม่สั่งของ โอกาสที่ของจะติดด่านหรือเจอภาษีบานปลายจะลดลงมาก ที่สำคัญคือได้รู้ต้นทุนจริงทั้งก้อนก่อนตัดสินใจ ว่าสินค้าตัวนั้นเหลือกำไรพอให้ทำตลาดจริงหรือไม่

อยากนำเข้าสินค้าสัตว์เลี้ยงแบบไม่ต้องลุ้น ให้ JEFF INTER เช็คให้ก่อนฟรี

ทีมงาน JEFF INTER ดูแลงานนำเข้าทาง Air Freight และ Sea Freight พร้อมพิธีการศุลกากรให้ผู้นำเข้ามาแล้วหลากหลายหมวดสินค้า รวมถึงกลุ่มสินค้าสัตว์เลี้ยงที่มีเงื่อนไขใบอนุญาตซับซ้อน เราช่วยเช็ค HS Code เทียบอัตราภาษี ไล่เงื่อนไขทะเบียนอาหารสัตว์และใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องให้ตั้งแต่ก่อนคุณกดสั่งของ ประเมินฟรี ไม่เก็บเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย ส่งรายการสินค้าหรือลิงก์สินค้าที่เล็งไว้มาคุยกันได้เลยที่ โทร 084 672 2669 (คุณแนน) หรือ LINE @jeffinter แล้วคุณจะรู้ก่อนใครว่าล็อตแรกของร้านคุณต้องเตรียมอะไรบ้าง ถึงจะผ่านด่านแบบไม่สะดุดแม้แต่วันเดียว

ของติดด่านอยู่ใช่ไหม ให้เราช่วยดูให้ก่อน

ส่งรายละเอียดมาให้ทีมงานประเมินภาษีและค่าใช้จ่ายได้ฟรี ไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย

อ่านบทความทั้งหมด →