นำเข้าอุปกรณ์ฟิตเนสเปิดยิม ลู่วิ่ง เครื่องเล่นเวท ดัมเบล จากต่างประเทศ ทางเรือคุ้มแค่ไหน ภาษีและการขนส่งของหนักต้องวางแผนอย่างไร
คู่มือนำเข้าอุปกรณ์ฟิตเนสฉบับคนอยากเปิดยิมหรือสตูดิโอออกกำลังกาย เทียบต้นทุนนำเข้าเองกับซื้อผ่านตัวแทนในไทย ภาษีนำเข้าและเอกสารที่ต้องเตรียม เลือก FCL หรือ LCL อย่างไรสำหรับของหนัก พร้อมตัวอย่างสมมติสั่งลู่วิ่ง 10 เครื่องทีละขั้น และข้อผิดพลาดที่ทำให้งบบานปลาย
เปิดยิมด้วยอุปกรณ์นำเข้าเอง คุ้มกว่าซื้อผ่านตัวแทนในไทยจริงไหม
ใครที่กำลังวางแผนเปิดยิม ฟิตเนสสตูดิโอ หรือห้องเวทในหมู่บ้าน จะพบความจริงข้อแรกทันทีว่าอุปกรณ์คือก้อนต้นทุนที่ใหญ่ที่สุด ลู่วิ่งไฟฟ้าเกรดคอมเมอร์เชียล เครื่องเล่นเวทแบบสถานี แร็คสควอท บาร์เบล และดัมเบลครบชุด รวมกันแล้วมักกินงบมากกว่าค่าตกแต่งร้านเสียอีก หลายคนจึงเริ่มมองการสั่งตรงจากโรงงานต่างประเทศ เพราะราคาหน้าโรงงานมักต่ำกว่าราคาขายผ่านตัวแทนในไทยอย่างเห็นได้ชัด
แต่ราคาหน้าโรงงานไม่ใช่ต้นทุนจริง ต้นทุนจริงคือราคาสินค้าบวกค่าขนส่งระหว่างประเทศ ภาษีนำเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าเคลียร์ของที่ด่าน และค่าขนส่งในประเทศจนถึงหน้าร้าน ถ้าคำนวณครบทุกบรรทัดแล้วยังถูกกว่า จึงจะเรียกว่าคุ้ม ข้อดีที่มักถูกมองข้ามของการซื้อผ่านตัวแทนในไทยคือการรับประกันและอะไหล่ ส่วนข้อดีของการนำเข้าเองคือเลือกสเปคได้อิสระและได้ราคาต่อหน่วยต่ำเมื่อสั่งจำนวนมาก บทความนี้จะพาไล่ทีละขั้นว่าถ้าตัดสินใจนำเข้าเอง ต้องเจออะไรบ้างตั้งแต่กดสั่งจนเครื่องตั้งอยู่ในยิมของคุณ
ภาษีนำเข้าและเอกสารที่ต้องเตรียม อุปกรณ์ออกกำลังกายเสียภาษีเท่าไร

อุปกรณ์ออกกำลังกายส่วนใหญ่จัดอยู่ในพิกัดกลุ่มเครื่องอุปกรณ์สำหรับการออกกำลังกายทั่วไป ซึ่งอัตราอากรขาเข้าทั่วไปมักอยู่ราวร้อยละ 5 ถึง 10 แล้วแต่ชนิดสินค้า และต้องบวกภาษีมูลค่าเพิ่มอีกร้อยละ 7 จากฐานราคาสินค้ารวมค่าขนส่งและค่าประกันภัย ข่าวดีคือถ้าสั่งจากจีนและขอเอกสาร Form E จากผู้ขายได้ อากรขาเข้าหลายพิกัดในกลุ่มนี้ลดลงได้มากหรือเหลือศูนย์ เหลือจ่ายเพียงภาษีมูลค่าเพิ่ม จุดนี้ทำให้ต้นทุนต่างกันหลักหมื่นบาทต่อการสั่งหนึ่งครั้ง จึงควรเจรจาเรื่อง Form E ตั้งแต่ก่อนโอนมัดจำ ไม่ใช่มาตามขอทีหลังตอนของลงเรือแล้ว
เอกสารหลักที่ต้องมีคือ Invoice ระบุรายการสินค้าและราคาจริง Packing List ระบุจำนวนลัง น้ำหนัก และขนาด และใบตราส่งสินค้า ส่วนที่ต้องเช็คเพิ่มคืออุปกรณ์ที่มีระบบไฟฟ้าอย่างลู่วิ่งไฟฟ้า ควรขอเอกสารสเปคเครื่องและมาตรฐานความปลอดภัยจากโรงงานไว้ และเช็คกับหน่วยงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์ก่อนสั่งว่ารุ่นที่จะนำเข้าเข้าข่ายสินค้าควบคุมหรือไม่ เพราะรายการสินค้าควบคุมมีการปรับปรุงอยู่เรื่อย ๆ ถามให้ชัวร์หนึ่งครั้งดีกว่าของมาติดอยู่ที่ท่าเรือเป็นเดือน
ของหนักระดับนี้ ทางเรือคือคำตอบหลัก เลือก FCL หรือ LCL ดี
อุปกรณ์ฟิตเนสคือสินค้าที่หนักและกินพื้นที่มาก ลู่วิ่งเกรดคอมเมอร์เชียลหนึ่งเครื่องหนักได้ถึง 150 กิโลกรัมขึ้นไป แผ่นน้ำหนักและดัมเบลยิ่งไม่ต้องพูดถึง การส่งทางอากาศซึ่งคิดค่าระวางตามน้ำหนักจึงแทบไม่มีทางคุ้มสำหรับการสั่งเปิดร้าน ทางเรือคือคำตอบหลักเกือบทุกกรณี ยกเว้นอะไหล่ชิ้นเล็กหรือสายไฟสายพานที่ต้องใช้ด่วน ค่อยส่งทางอากาศตามมาเป็นรายชิ้น
คำถามถัดมาคือเหมาตู้ทั้งตู้แบบ FCL หรือแชร์พื้นที่ตู้กับผู้นำเข้ารายอื่นแบบ LCL หลักคิดคร่าว ๆ คือถ้าของรวมกันเกินราว 15 คิวบิกเมตรขึ้นไป การเหมาตู้ 20 ฟุตมักเริ่มคุ้มกว่า เพราะ LCL มีค่าใช้จ่ายปลายทางต่อคิวที่สูง และของหนักอย่างแผ่นเวทต้องระวังเรื่องน้ำหนักรวมของตู้ด้วย ตู้ 20 ฟุตเหมาะกับของหนักมากกว่าตู้ 40 ฟุตที่เน้นของกินพื้นที่ อีกเรื่องที่ห้ามลืมคือการแพ็คจากโรงงาน ควรกำชับให้ยึดเครื่องกับพาเลทไม้และกันกระแทกมุมเครื่องทุกจุด เพราะเครื่องออกกำลังกายมีชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่หน้าจอและมอเตอร์ซึ่งเสียหายง่ายหากโดนกระแทกระหว่างทาง
ตัวอย่างสมมติ สั่งลู่วิ่ง 10 เครื่องกับชุดเวทครบเซ็ตมาเปิดยิม เดินเรื่องทีละขั้น

ลองดูตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นภาพ สมมติคุณกำลังจะเปิดยิมขนาดกลางและสั่งลู่วิ่งไฟฟ้า 10 เครื่อง แร็คสควอท 4 ตัว บาร์เบลและแผ่นน้ำหนักรวมประมาณ 2 ตัน จากโรงงานที่จีน ขั้นแรกคือขอใบเสนอราคาแบบระบุเงื่อนไขการส่งมอบให้ชัด เช่น ราคาแบบ FOB ที่รวมค่าใช้จ่ายจนของขึ้นเรือที่ท่าต้นทาง จากนั้นส่งสเปคสินค้าทั้งหมดให้ชิปปิ้งตรวจพิกัดภาษีและเช็คว่ารุ่นใดต้องมีเอกสารมาตรฐานเพิ่มหรือไม่ พร้อมแจ้งผู้ขายเตรียม Form E ตั้งแต่วันตกลงซื้อ
ของจำนวนนี้กินพื้นที่ราวครึ่งค่อนตู้และหนักรวมหลายตัน จึงเหมาะกับการเหมาตู้ 20 ฟุตหนึ่งตู้ เรือจากท่าเรือหลักของจีนมาถึงแหลมฉบังใช้เวลาราวหนึ่งถึงสองสัปดาห์ บวกเวลาเคลียร์พิธีการศุลกากรอีกราวสองถึงสามวันทำการเมื่อเอกสารครบ ขั้นสุดท้ายที่หลายคนลืมคิดคือการขนส่งจากท่าเรือถึงหน้ายิมและการยกเครื่องเข้าตำแหน่ง ลู่วิ่งหนึ่งเครื่องต้องใช้คนยกอย่างน้อยสามถึงสี่คน ถ้ายิมอยู่ชั้นสองหรือลิฟต์เล็ก ต้องวางแผนเส้นทางยกล่วงหน้า รวมเวลาทั้งกระบวนการตั้งแต่โอนมัดจำถึงวันเครื่องตั้งครบในร้าน ควรเผื่อไว้ราวหกถึงแปดสัปดาห์ จะได้วางวันเปิดร้านได้โดยไม่ต้องเลื่อน
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย และเช็คลิสต์ก่อนโอนเงินค่าอุปกรณ์
ข้อผิดพลาดอันดับหนึ่งของคนนำเข้าอุปกรณ์ฟิตเนสครั้งแรกคือเทียบราคาแค่หน้าโรงงานแล้วรีบโอน โดยไม่รวมค่าใช้จ่ายปลายทางให้ครบ ทำให้งบบานปลายตอนของมาถึง อันดับสองคือไม่ตรวจสเปคไฟฟ้า เครื่องบางรุ่นผลิตสำหรับตลาดที่ใช้ไฟต่างจากไทย เสียบใช้งานไม่ได้หรือมอเตอร์มีปัญหาเร็ว อันดับสามคือไม่สั่งอะไหล่สึกหรอมาพร้อมกัน เช่น สายพานลู่วิ่งหรือสายสลิงเครื่องเวท พอเสียทีหลังต้องรออะไหล่ข้ามประเทศเป็นเดือนทั้งที่ค่าอะไหล่ไม่กี่พันบาท และอันดับสี่คือไม่เก็บหลักฐานการโอนและข้อตกลงกับผู้ขายให้เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งจำเป็นมากเวลาต้องเคลมของเสียหาย
ก่อนโอนเงินทุกครั้ง ไล่เช็คให้ครบว่า หนึ่ง ได้ใบเสนอราคาระบุเงื่อนไขส่งมอบและกำหนดส่งชัดเจน สอง ผู้ขายยืนยันออก Form E ได้ สาม สเปคไฟฟ้าตรงกับไทย สี่ มีการแพ็คยึดพาเลทและประกันภัยสินค้าระหว่างทาง ห้า คำนวณต้นทุนรวมถึงหน้าร้านแล้วยังคุ้ม ถ้าไม่แน่ใจข้อไหน ส่งรายการสินค้าทั้งหมดมาให้ทีม JEFF INTER ช่วยประเมินได้ฟรี เราดูพิกัดภาษี เช็คเอกสารที่ต้องใช้ และวางแผนขนส่งทางเรือให้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงหน้ายิมของคุณ ไม่เก็บเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย โทร 084 672 2669 (คุณแนน) หรือ LINE @jeffinter
ของติดด่านอยู่ใช่ไหม ให้เราช่วยดูให้ก่อน
ส่งรายละเอียดมาให้ทีมงานประเมินภาษีและค่าใช้จ่ายได้ฟรี ไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย