บทความ/ใบอนุญาต26 ก.ย. 2569อ่าน 8 นาที

นำเข้าอาหารสัตว์เลี้ยงและของใช้สัตว์เลี้ยงมาขาย ต้องขอใบอนุญาตอะไรบ้าง ฉบับคนเริ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยง

ภาพประกอบบทความ นำเข้าอาหารสัตว์เลี้ยงและของใช้สัตว์เลี้ยงมาขาย ต้องขอใบอนุญาตอะไรบ้าง ฉบับคนเริ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยง

คู่มือนำเข้าอาหารสุนัข แมว ขนมสัตว์เลี้ยง และของใช้สัตว์เลี้ยงจากต่างประเทศทางเรือและทางอากาศ ใบอนุญาตกรมปศุสัตว์ การขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์ ภาษีนำเข้า ตัวอย่างต้นทุนสมมติ และข้อผิดพลาดที่ทำให้ของโดนกักทั้งตู้

ตลาดสัตว์เลี้ยงไทยโตต่อเนื่อง แต่ทำไมผู้นำเข้าหน้าใหม่ถึงเจอของโดนกักบ่อยที่สุดในหมวดนี้

อาหารสุนัข อาหารแมว ขนมแมวเลีย ทรายแมว ปลอกคอ กรง และของเล่นสัตว์เลี้ยง คือกลุ่มสินค้าที่คนไทยสั่งนำเข้ามาขายเพิ่มขึ้นทุกปี เพราะเจ้าของสัตว์เลี้ยงยุคนี้ยอมจ่ายให้ของดีจากญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรป หรือแบรนด์จีนที่คุณภาพดีราคาถูก ร้านออนไลน์เล็ก ๆ หลายร้านเริ่มจากการหิ้วมาขาย แล้วขยับมาสั่งเป็นลังเป็นพาเลททางเรือเมื่อยอดขายเริ่มนิ่ง

แต่หมวดสัตว์เลี้ยงมีกับดักที่คนไม่ค่อยรู้ คือสินค้าหน้าตาคล้ายกันแต่กฎหมายคนละฉบับ ของใช้อย่างปลอกคอหรือที่นอนสัตว์นำเข้าได้เหมือนสินค้าทั่วไป ส่วนอาหารสัตว์ทุกชนิดถูกควบคุมด้วยพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ ต้องมีใบอนุญาตและขึ้นทะเบียนก่อนนำเข้า ผู้ขายจำนวนมากสั่งรวมกันมาในตู้เดียวโดยไม่แยกเรื่องนี้ พอเรือถึงท่า ของทั้งตู้เลยถูกตรวจปล่อยไม่ได้เพราะอาหารสัตว์ไม่กี่ลังที่ไม่มีเอกสาร บทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่าอะไรต้องขออะไร และต้องเริ่มตรงไหนก่อน

แยกสินค้าให้ชัดก่อนสั่ง อะไรคืออาหารสัตว์ควบคุม อะไรคือของใช้ทั่วไป

แยกสินค้าให้ชัดก่อนสั่ง อะไรคืออาหารสัตว์ควบคุม อะไรคือของใช้ทั่วไป

หลักการจำง่ายที่สุดคือ อะไรก็ตามที่สัตว์กินเข้าไป ถือเป็นอาหารสัตว์ควบคุมเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอาหารเม็ด อาหารเปียก ขนมแท่ง ขนมเลีย อาหารเสริมบำรุงขน หรือแม้แต่นมสำหรับลูกสัตว์ กลุ่มนี้อยู่ภายใต้การกำกับของกรมปศุสัตว์ ผู้นำเข้าต้องมีใบอนุญาตนำเข้าอาหารสัตว์ และตัวสินค้าแต่ละสูตรแต่ละรสต้องขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะให้เรียบร้อยก่อนของออกจากต้นทาง ใบอนุญาตออกให้กับผู้ประกอบการ ส่วนทะเบียนผูกกับตัวผลิตภัณฑ์ ต้องมีครบทั้งสองอย่าง

ส่วนของใช้อย่างกรง ที่นอน เสื้อผ้าสัตว์ ของเล่นยาง สายจูง กระเป๋าใส่สัตว์ และเครื่องให้อาหารอัตโนมัติ นำเข้าได้แบบสินค้าทั่วไปตามพิกัดของวัสดุนั้น มีข้อสังเกตสองจุดคือ ทรายแมวส่วนใหญ่นำเข้าได้ปกติ แต่ควรเช็คพิกัดให้ถูกเพราะวัสดุมีหลายแบบทั้งเบนโทไนท์ เต้าหู้ และไม้อัดเม็ด กับเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับสัตว์บางประเภทที่มีระบบไร้สาย เช่น กล้องดูสัตว์เลี้ยงที่เชื่อม WiFi อาจต้องผ่านการอนุญาตของ กสทช. เพิ่มอีกหน่วยงาน ทางที่ดีคือส่งรายการสินค้าทั้งหมดให้ชิปปิ้งตรวจก่อนวางออเดอร์ จะได้รู้ตั้งแต่ต้นว่าลังไหนต้องมีใบอะไรแนบ

ขั้นตอนขอใบอนุญาตและขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์ ทีละขั้นตั้งแต่ยังไม่สั่งของ

ขั้นแรกคือจดทะเบียนธุรกิจให้พร้อม จะเป็นบุคคลธรรมดาจดทะเบียนพาณิชย์หรือนิติบุคคลก็ได้ จากนั้นยื่นขอใบอนุญาตนำเข้าอาหารสัตว์กับกรมปศุสัตว์ โดยต้องมีสถานที่เก็บสินค้าที่ตรวจสอบได้จริง ขั้นที่สองคือการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ ต้องขอเอกสารจากโรงงานผู้ผลิตต้นทาง ทั้งสูตรส่วนประกอบ ผลวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการ กระบวนการผลิต และหนังสือรับรองการขายในประเทศต้นทาง เอกสารชุดนี้ใช้เวลารวบรวมนานกว่าที่คิด โดยเฉพาะโรงงานจีนที่ต้องขอเป็นภาษาอังกฤษ ควรเริ่มคุยกับโรงงานเรื่องเอกสารตั้งแต่วันแรกที่เจรจาราคา

ขั้นที่สามคือรอทะเบียนอนุมัติแล้วค่อยผลิตและส่งของ ลำดับนี้สำคัญมาก ผู้นำเข้ามือใหม่จำนวนไม่น้อยรีบโอนเงินให้โรงงานผลิตก่อนเพราะกลัวเสียรอบเรือ พอทะเบียนไม่ผ่านหรือแก้เอกสารไม่ทัน ของก็ค้างอยู่ปลายทางหรือลอยมากลางทางแบบไม่มีใบรองรับ ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือเผื่อเวลาขั้นต่ำสองถึงสามเดือนสำหรับการขึ้นทะเบียนครั้งแรก และให้ตัวแทนที่ทำเรื่องอาหารสัตว์เป็นประจำช่วยตรวจเอกสารก่อนยื่น เพราะจุดที่โดนตีกลับบ่อยคือฉลากภาษาไทยไม่ครบถ้วนและผลวิเคราะห์ไม่ตรงกับสูตรที่แจ้ง

ภาษีนำเข้าและตัวอย่างต้นทุนสมมติ สั่งอาหารแมวหนึ่งพาเลททางเรือ

ภาษีนำเข้าและตัวอย่างต้นทุนสมมติ สั่งอาหารแมวหนึ่งพาเลททางเรือ

ภาษีนำเข้าหมวดสัตว์เลี้ยงขึ้นกับพิกัดสินค้า อาหารสัตว์สำเร็จรูปมีอากรขาเข้าตามประเภทและแหล่งกำเนิด หากนำเข้าจากจีนและมี Form E หรือจากอาเซียนที่ใช้ฟอร์มดี หลายรายการลดอากรลงได้มากหรือเหลือศูนย์ แต่ยังต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากราคา CIF บวกอากรเสมอ ส่วนของใช้สัตว์เลี้ยงคิดตามพิกัดวัสดุ เช่น ของเล่นยาง สิ่งทอ หรือพลาสติก อัตราไม่เท่ากัน จึงควรให้ตัวแทนช่วยจัดพิกัดตั้งแต่ก่อนทำอินวอยซ์ ไม่ใช่ปล่อยให้โรงงานต้นทางใส่พิกัดมั่วมาแล้วมาแก้หน้าด่าน

ลองดูตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นภาพ ร้านหนึ่งสั่งอาหารแมวเม็ดจากจีนหนึ่งพาเลท มูลค่าสินค้า 120,000 บาท ค่าขนส่งทางเรือแบบ LCL และประกันรวม 15,000 บาท ราคา CIF จึงเป็น 135,000 บาท สมมติใช้ Form E จนอากรเหลือศูนย์ ภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 จะอยู่ที่ราว 9,450 บาท รวมค่าใช้จ่ายหัวท่า ค่าเอกสาร และค่าบริการเคลียร์ของอีกราวหมื่นบาทต้น ๆ ต้นทุนถึงโกดังจะอยู่แถวหนึ่งแสนหกหมื่นบาท ตัวเลขจริงของแต่ละร้านต่างกันตามดีล แต่โครงสร้างการคิดเป็นแบบนี้เสมอ ใช้ตารางนี้ไปต่อรองราคาขายและวางแผนสต๊อกได้ทันที

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุด และวิธีเลี่ยงแบบทำตามได้เลย

ข้อแรก สั่งอาหารสัตว์ปนมากับของใช้ทั่วไปโดยไม่มีทะเบียน ทางแก้คือแยกออเดอร์หรือแยกชิปเมนท์ ให้ของที่มีใบครบเดินก่อน ข้อสอง ฉลากไม่มีภาษาไทยหรือข้อมูลไม่ครบตามที่ทะเบียนกำหนด ทางแก้คือทำสติกเกอร์ฉลากไทยให้โรงงานติดตั้งแต่ต้นทาง ข้อสาม สั่งของล็อตแรกใหญ่เกินไปทั้งที่ทะเบียนเพิ่งผ่าน ทางแก้คือเริ่มทางอากาศหรือ LCL ล็อตเล็กเพื่อทดสอบตลาดและทดสอบขั้นตอนเอกสารให้ครบหนึ่งรอบก่อน แล้วค่อยขยับเป็นตู้

ข้อสี่ ลืมเช็ควันหมดอายุ อาหารสัตว์เป็นสินค้ามีอายุ การเดินเรือบวกเวลาเคลียร์ของกินเวลาหลายสัปดาห์ ถ้าโรงงานส่งล็อตผลิตเก่ามาให้ อายุขายจริงบนชั้นวางจะเหลือนิดเดียว ควรระบุในสัญญาซื้อขายว่าต้องเป็นล็อตผลิตใหม่ไม่เกินกี่เดือน ข้อห้า เก็บของในโกดังที่ร้อนจัด ไขมันในอาหารเม็ดเหม็นหืนง่าย ทำให้โดนเคลมจากลูกค้าแม้ของยังไม่หมดอายุ ทั้งหมดนี้ป้องกันได้ด้วยการวางแผนล่วงหน้าและมีคนช่วยดูเอกสารที่ทำเรื่องนี้อยู่ทุกวัน

เริ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยงให้ถูกทางตั้งแต่ตู้แรก ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

ธุรกิจสัตว์เลี้ยงเป็นตลาดที่น่าลงทุน แต่ความต่างระหว่างร้านที่ไปได้ไกลกับร้านที่สะดุดตั้งแต่ตู้แรก มักอยู่ที่การเตรียมใบอนุญาตและเอกสารก่อนสั่งของ ไม่ใช่ที่ตัวสินค้า ถ้าคุณกำลังเล็งแบรนด์อาหารสัตว์หรือของใช้สัตว์เลี้ยงจากต่างประเทศอยู่ ลองส่งรายการสินค้ามาให้ JEFF INTER ช่วยดูก่อนได้เลย เราเชี่ยวชาญการนำเข้าทางเรือและทางอากาศพร้อมเคลียร์พิธีการศุลกากรครบวงจร ประเมินฟรี ไม่เก็บเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย โทร 084 672 2669 (คุณแนน) หรือแอดไลน์ @jeffinter แล้วให้เราช่วยพาของล็อตแรกของคุณเข้ามาแบบไม่ติดด่านสักลัง

ของติดด่านอยู่ใช่ไหม ให้เราช่วยดูให้ก่อน

ส่งรายละเอียดมาให้ทีมงานประเมินภาษีและค่าใช้จ่ายได้ฟรี ไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย

อ่านบทความทั้งหมด →