นำเข้าสินค้าที่มีแบตเตอรี่ลิเธียม พาวเวอร์แบงก์ เครื่องใช้ไฟฟ้าไร้สาย ส่งทางอากาศหรือทางเรือดี เอกสาร MSDS และ UN38.3 ต้องพร้อมแค่ไหน

ภาพประกอบบทความ นำเข้าสินค้าที่มีแบตเตอรี่ลิเธียม พาวเวอร์แบงก์ เครื่องใช้ไฟฟ้าไร้สาย ส่งทางอากาศหรือทางเรือดี เอกสาร MSDS และ UN38.3 ต้องพร้อมแค่ไหน

คู่มือนำเข้าสินค้าที่มีแบตเตอรี่ลิเธียมทางเครื่องบินและทางเรือ อธิบายรหัส UN เอกสาร MSDS และผลทดสอบ UN38.3 วิธีเลือกโหมดขนส่งพร้อมตัวอย่างสมมติ ข้อผิดพลาดที่ทำให้ของถูกปฏิเสธขึ้นเครื่อง และเช็คลิสต์ก่อนสั่งผลิตจริง

ทำไมสินค้าที่มีแบตเตอรี่ถึงเป็นกลุ่มที่สายการบินและสายเรือเข้มงวดที่สุด

พาวเวอร์แบงก์ หูฟังไร้สาย เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย สว่านแบตเตอรี่ โดรน กล้องติดรถ ไปจนถึงของเล่นที่ชาร์จไฟได้ ล้วนมีแบตเตอรี่ลิเธียมอยู่ข้างใน และแบตเตอรี่ลิเธียมถูกจัดเป็นสินค้าอันตราย (Dangerous Goods) ในสายตาของทั้งสายการบินและสายเรือ เพราะหากเกิดการลัดวงจรระหว่างเดินทาง ความร้อนที่เกิดขึ้นอาจลุกลามเป็นไฟไหม้ที่ดับยากมากในห้องเก็บสัมภาระของเครื่องบินหรือในตู้คอนเทนเนอร์กลางทะเล

ผลในทางปฏิบัติคือ ผู้นำเข้าที่สั่งสินค้ากลุ่มนี้โดยไม่เตรียมเอกสารและแพ็คเกจจิ้งให้ถูกต้อง มีโอกาสเจอเหตุการณ์ตั้งแต่ของถูกปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่องที่ต้นทาง ถูกดึงออกจากไฟลท์กะทันหัน ไปจนถึงถูกตีกลับทั้งล็อตพร้อมค่าใช้จ่ายที่งอกขึ้นมาโดยไม่มีใครอยากจ่าย บทความนี้จะพาไล่ทีละเรื่องว่าต้องรู้อะไรบ้างก่อนกดสั่งผลิต เพื่อให้ของเดินทางถึงไทยแบบไม่มีดราม่ากลางทาง

รู้จักประเภทแบตเตอรี่และรหัส UN ที่กำหนดชะตากรรมการขนส่งของคุณ

รู้จักประเภทแบตเตอรี่และรหัส UN ที่กำหนดชะตากรรมการขนส่งของคุณ

ก่อนคุยกับชิปปิ้งหรือโรงงาน ให้ตอบคำถามเดียวให้ได้ก่อนว่าสินค้าของคุณอยู่กลุ่มไหน กลุ่มแรกคือแบตเตอรี่ที่ติดตั้งอยู่ในตัวสินค้า (Lithium batteries contained in equipment) เช่น หูฟังไร้สาย เครื่องโกนหนวด กลุ่มที่สองคือแบตเตอรี่ที่แพ็คมาพร้อมสินค้าแต่แยกชิ้นกัน (Packed with equipment) เช่น สว่านที่แถมแบตก้อนสำรอง และกลุ่มที่สามคือแบตเตอรี่เดี่ยวล้วน (Batteries shipped alone) เช่น พาวเวอร์แบงก์และแบตสำรองทุกชนิด ซึ่งเป็นกลุ่มที่กฎเข้มที่สุด

แต่ละกลุ่มมีรหัส UN กำกับ เช่น UN3481 สำหรับแบตลิเธียมไอออนที่อยู่ในหรือมาพร้อมอุปกรณ์ และ UN3480 สำหรับแบตลิเธียมไอออนเดี่ยว รหัสนี้จะตามไปปรากฏบนกล่อง บนเอกสารขนส่ง และเป็นตัวกำหนดว่าต้องใช้ฉลากแบบไหน แพ็คอย่างไร และส่งด้วยไฟลท์โดยสารได้หรือต้องเป็นไฟลท์คาร์โก้เท่านั้น ตัวอย่างที่เจอบ่อยคือพาวเวอร์แบงก์ ซึ่งหลายสายการบินไม่รับขนส่งบนเครื่องโดยสารเลย ต้องไปเครื่องบินขนส่งสินค้าโดยเฉพาะหรือเลือกไปทางเรือแทน

อีกตัวเลขที่ต้องรู้คือความจุพลังงานเป็นวัตต์ชั่วโมง (Wh) ต่อก้อน เพราะเกณฑ์การผ่อนปรนหลายอย่างอิงตัวเลขนี้ เช่น แบตขนาดไม่เกิน 100Wh จะมีข้อกำหนดที่เบากว่าแบตขนาดใหญ่ ถ้าโรงงานบอกเป็นมิลลิแอมป์ชั่วโมง (mAh) ให้ขอแรงดันไฟ (V) มาคำนวณด้วย เพราะเอกสารขนส่งต้องระบุเป็น Wh

MSDS และ UN38.3 เอกสารเฉพาะทางที่ต้องขอจากโรงงาน ไม่ใช่จากชิปปิ้ง

เอกสารสองตัวที่ผู้นำเข้าสินค้ามีแบตเตอรี่ต้องมีติดมือคือ MSDS (Material Safety Data Sheet หรือบางที่เรียก SDS) ซึ่งเป็นเอกสารข้อมูลความปลอดภัยของแบตเตอรี่ ระบุส่วนประกอบทางเคมี วิธีจัดเก็บ และวิธีรับมือเหตุฉุกเฉิน กับรายงานผลทดสอบ UN38.3 (Test Summary) ซึ่งยืนยันว่าแบตเตอรี่รุ่นนั้นผ่านการทดสอบความปลอดภัยสำหรับการขนส่งมาแล้ว เช่น ทดสอบแรงกระแทก การเปลี่ยนความดัน และอุณหภูมิสุดขั้ว

จุดที่คนพลาดบ่อยคือไปขอเอกสารพวกนี้จากชิปปิ้งตอนของจะออกจากท่าแล้ว ความจริงคือเอกสารทั้งสองต้องมาจากผู้ผลิตแบตเตอรี่หรือโรงงานผู้ผลิตสินค้าเท่านั้น และควรขอมาดูตั้งแต่ขั้นตอนเจรจาก่อนวางมัดจำ ถ้าโรงงานไหนอ้ำอึ้ง ส่งมาไม่ครบ หรือส่งเอกสารของแบตคนละรุ่นกับที่ใช้จริง นั่นคือสัญญาณเตือนที่ดังมาก เพราะสายการบินและสายเรือมีสิทธิ์ปฏิเสธรับของทันทีถ้าเอกสารไม่ตรงกับสินค้า

เอกสารควรระบุรุ่นแบตเตอรี่ตรงกับที่อยู่ในสินค้า มีวันที่ออกเอกสารไม่เก่าจนน่าสงสัย และสำหรับ UN38.3 ควรเป็นฟอร์แมต Test Summary ตามข้อกำหนดปัจจุบันที่ระบุชื่อผู้ทดสอบและมาตรฐานที่ใช้ครบถ้วน เก็บไฟล์เหล่านี้ไว้เป็นชุดเดียวกับ Invoice และ Packing List ของล็อตนั้นเสมอ เพราะปลายทางที่ไทยก็อาจถูกเรียกดูได้เช่นกัน

ทางอากาศหรือทางเรือ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับสินค้าและต้นทุน

ทางอากาศหรือทางเรือ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับสินค้าและต้นทุน

หลักคิดแบบสั้นที่สุดคือ ยิ่งสัดส่วนแบตเตอรี่ในสินค้าสูงเท่าไร ทางเรือยิ่งได้เปรียบเท่านั้น สินค้าที่แบตติดในตัวและมีขนาดเล็ก เช่น หูฟังไร้สายจำนวนไม่มาก ยังพอส่งทางอากาศได้โดยใช้บริการที่รับสินค้ามีแบตโดยเฉพาะ แต่พาวเวอร์แบงก์ แบตสำรอง หรือสินค้าที่มีแบตก้อนใหญ่อย่างเครื่องมือช่างชุดใหญ่ ทางเรือคือคำตอบหลักทั้งเรื่องข้อกำหนดที่ผ่อนคลายกว่าและค่าขนส่งต่อกิโลที่ถูกกว่ามาก

ลองดูตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นภาพ ร้านค้าออนไลน์แห่งหนึ่งสั่งเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย 300 เครื่องจากต่างประเทศ น้ำหนักรวมประมาณ 900 กิโลกรัม ถ้าดันทุรังส่งทางอากาศทั้งล็อต นอกจากค่าระวางจะสูงมากแล้ว ยังต้องลุ้นว่าสายการบินจะรับหรือไม่ ทางที่ผู้นำเข้าที่มีประสบการณ์มักเลือกคือแบ่งส่ง ตัวอย่างสินค้า 10 เครื่องแรกไปทางอากาศกับผู้ให้บริการที่รับสินค้ามีแบต เพื่อถ่ายรูปทำคอนเทนต์และทดสอบตลาดก่อน ส่วนล็อตหลัก 290 เครื่องตามมาทางเรือแบบ LCL ใช้เวลานานกว่าแต่ต้นทุนต่อเครื่องต่างกันชัดเจน ตัวเลขทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างสมมติ ของจริงขึ้นกับเส้นทาง ปริมาณ และช่วงเวลา

อีกเรื่องที่ลืมไม่ได้คือสินค้าอิเล็กทรอนิกส์หลายชนิดที่มี WiFi หรือ Bluetooth ต้องผ่านการอนุญาตจาก กสทช. และบางรายการอาจเกี่ยวข้องกับ มอก. ด้วย การวางแผนโหมดขนส่งจึงควรทำพร้อมกับเช็คใบอนุญาตปลายทางไปในคราวเดียว จะได้ไม่เจอสถานการณ์ของมาถึงท่าแล้วแต่เอกสารฝั่งไทยยังไม่พร้อม

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุด และวิธีเลี่ยงแบบทำได้จริง

ข้อแรก แจ้งข้อมูลไม่ครบกับผู้ขนส่ง บางคนกลัวค่าขนส่งแพงเลยไม่บอกว่าสินค้ามีแบตเตอรี่ ผลคือถ้าถูกตรวจพบระหว่างทาง ของอาจถูกกักหรือทำลาย และประวัติผู้ส่งจะติดลบทันที ข้อสอง ใช้เอกสาร MSDS หรือ UN38.3 ของแบตคนละรุ่น เพราะโรงงานเปลี่ยนซัพพลายเออร์แบตโดยไม่แจ้ง ทางแก้คือระบุในใบสั่งซื้อให้ชัดว่าห้ามเปลี่ยนรุ่นแบตโดยไม่ส่งเอกสารชุดใหม่มาให้ก่อน

ข้อสาม แพ็คเกจจิ้งไม่ผ่านเกณฑ์ เช่น แบตสำรองไม่ได้ใส่ถุงกันไฟฟ้าสถิตแยกก้อน หรือกล่องนอกไม่มีฉลากตามรหัส UN ที่ถูกต้อง เรื่องนี้ควรคุยกับโรงงานตั้งแต่ก่อนผลิตและขอรูปถ่ายการแพ็คจริงก่อนปิดตู้ ข้อสี่ เผื่อเวลาน้อยเกินไป สินค้ากลุ่มนี้มีโอกาสถูกสุ่มตรวจสูงกว่าปกติทั้งต้นทางและปลายทาง ควรเผื่อเวลาในแผนการขายอย่างน้อยหนึ่งถึงสองสัปดาห์เหนือกว่าสินค้าทั่วไป โดยเฉพาะช่วงก่อนเทศกาลที่พื้นที่ระวางแน่น

เช็คลิสต์ก่อนสั่งผลิต และตัวช่วยเมื่อไม่อยากลุ้นเอง

สรุปเป็นเช็คลิสต์สั้น ๆ ก่อนโอนมัดจำให้โรงงาน หนึ่ง รู้ว่าสินค้าเราอยู่กลุ่มไหนของรหัส UN และแบตกี่วัตต์ชั่วโมงต่อก้อน สอง ได้ MSDS และ UN38.3 Test Summary ที่ตรงรุ่นมาเก็บไว้แล้ว สาม ตกลงเรื่องแพ็คเกจจิ้งและฉลากกับโรงงานเป็นลายลักษณ์อักษร สี่ เลือกโหมดขนส่งจากสัดส่วนแบตและความเร่งด่วน โดยมีทางเรือเป็นตัวเลือกหลักสำหรับแบตเดี่ยวและล็อตใหญ่ ห้า เช็คใบอนุญาตฝั่งไทยอย่าง กสทช. และ มอก. ให้จบก่อนของออกจากต้นทาง

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่ารายละเอียดเยอะเกินกว่าจะเสี่ยงลองผิดลองถูกกับล็อตแรกของตัวเอง ให้ JEFF INTER ช่วยดูได้ตั้งแต่ยังไม่สั่งผลิต เราเชี่ยวชาญการขนส่งทางอากาศและทางเรือพร้อมพิธีการศุลกากรครบวงจร ตรวจเอกสาร MSDS และ UN38.3 ให้ก่อน แนะนำเส้นทางที่เหมาะกับสินค้าของคุณจริง ๆ ประเมินฟรี ไม่เก็บเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย โทร 084 672 2669 (คุณแนน) หรือ LINE @jeffinter แล้วส่งรายละเอียดสินค้ามาให้ดูได้เลย

ของติดด่านอยู่ใช่ไหม ให้เราช่วยดูให้ก่อน

ส่งรายละเอียดมาให้ทีมงานประเมินภาษีและค่าใช้จ่ายได้ฟรี ไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย

อ่านบทความทั้งหมด →