Air Freight หรือ Sea Freight เลือกขนส่งแบบไหนให้เหมาะกับธุรกิจ
เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของการขนส่งทางอากาศและทางเรือ พร้อมหลักคิดเรื่องต้นทุนแฝงที่หลายคนมองข้าม
เปรียบเทียบหัวข้อหลักที่ต้องชั่งน้ำหนัก
ทางอากาศเร็วกว่ามากที่ 3 ถึง 7 วัน เหมาะกับสินค้ามูลค่าสูงต่อน้ำหนัก สินค้าเร่งด่วน หรือสินค้าตามกระแสที่ช้าไม่ได้ แลกกับค่าขนส่งต่อกิโลกรัมที่สูงกว่าทางเรือหลายเท่า
ทางเรือถูกกว่ามากโดยเฉพาะเมื่อปริมาณเยอะ เหมาะกับสินค้าหนัก กินพื้นที่ หรือสั่งเป็นล็อตใหญ่เพื่อสต็อก แลกกับเวลา 2 ถึง 4 สัปดาห์และความผันผวนของตารางเรือ
ต้นทุนแฝงที่ต้องคิดให้ครบ
ค่าขนส่งไม่ใช่แค่ค่าระวาง ทางเรือมีค่าใช้จ่ายท้องถิ่นปลายทาง ค่าภาระท่าเรือ ค่าลากตู้ ส่วนทางอากาศมีค่าธรรมเนียมคลังสินค้าและค่าเชื้อเพลิง เวลาที่เงินทุนจมอยู่กับสินค้าระหว่างขนส่งก็คือต้นทุนเช่นกัน
น้ำหนักที่ใช้คิดค่าระวางอากาศคือค่าที่มากกว่าระหว่างน้ำหนักจริงกับน้ำหนักปริมาตร สินค้าเบาแต่กล่องใหญ่จะเสียค่าส่งแพงเกินคาด ควรคำนวณก่อนเสมอ
แนวทางเลือกที่ใช้ได้จริง
ธุรกิจจำนวนมากใช้ทั้งสองแบบผสมกัน คือส่งล็อตแรกทางอากาศเพื่อเริ่มขายทันที แล้วตามด้วยล็อตใหญ่ทางเรือเพื่อคุมต้นทุน วิธีนี้ทั้งเร็วและถูกในภาพรวม
อย่าลืมว่าภาษีนำเข้าคิดจากมูลค่ารวมค่าขนส่ง การส่งทางอากาศที่แพงกว่าจึงทำให้ฐานภาษีสูงขึ้นด้วย
ของติดด่านอยู่ใช่ไหม ให้เราช่วยดูให้ก่อน
ส่งรายละเอียดมาให้ทีมงานประเมินภาษีและค่าใช้จ่ายได้ฟรี ไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย