ค่าใช้จ่ายชิปปิ้งเคลียร์ของสุวรรณภูมิ มีอะไรบ้าง จ่ายเท่าไหร่ถึงสมเหตุสมผล
แจกแจงค่าใช้จ่ายจริงเวลาใช้ชิปปิ้งเคลียร์ของสุวรรณภูมิ ตั้งแต่ภาษีอากร ค่าภาระคลังสินค้า ค่าบริการตัวแทน พร้อมวิธีเช็คใบเสนอราคาไม่ให้โดนบวกเกินจริง
ของติดด่านสุวรรณภูมิ เงินที่ต้องจ่ายแบ่งเป็นสามก้อนใหญ่
เวลาเครื่องบินลงจอดแล้วพัสดุของคุณถูกส่งเข้าคลังสินค้าสุวรรณภูมิ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นแบ่งได้เป็นสามก้อนเสมอ ก้อนแรกคือภาษีอากรที่จ่ายให้รัฐ ก้อนที่สองคือค่าภาระคลังสินค้าและค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้ผู้ให้บริการคลัง และก้อนที่สามคือค่าบริการชิปปิ้งเคลียร์ของสุวรรณภูมิที่จ่ายให้ตัวแทนออกของ ถ้าแยกสามก้อนนี้ออกจากกันได้ คุณจะอ่านใบเสนอราคาของชิปปิ้งทุกเจ้าออกทันทีว่าแพงหรือถูกตรงไหน
ขั้นตอนการเคลียร์ของที่สนามบินว่าต้องใช้เอกสารอะไร ติดต่อใครก่อนหลัง เราเขียนละเอียดไว้แล้วในบทความ ชิปปิ้งเคลียร์ของสุวรรณภูมิ ของติดด่านสนามบินต้องทำอย่างไร ส่วนบทความนี้จะเจาะเรื่องเงินล้วนๆ เพื่อให้คุณประเมินงบได้ก่อนตัดสินใจ
ก้อนแรก ภาษีอากร ก้อนที่ต่อรองไม่ได้แต่คำนวณล่วงหน้าได้

ภาษีอากรคือเงินที่จ่ายให้กรมศุลกากรตามกฎหมาย ประกอบด้วยอากรขาเข้าตามพิกัดสินค้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยทั้งคู่คิดจากฐานราคา CIF คือราคาสินค้ารวมค่าขนส่งและค่าประกันถึงไทย ไม่ใช่ราคาสินค้าเปล่าๆ ที่คุณจ่ายให้ร้าน หลายคนตกใจว่าทำไมภาษีแพง สาเหตุส่วนใหญ่คือลืมบวกค่าเครื่องบินเข้าไปในฐานภาษี วิธีหาอัตราอากรของสินค้าแต่ละชนิดดูได้จากบทความ HS Code คืออะไร และวิธีคิดตัวเลขทีละบรรทัดอยู่ในบทความ คำนวณภาษีนำเข้าแบบ CIF ทีละขั้น พร้อมตัวอย่างจริง
จุดที่ต้องระวังคือก้อนภาษีเป็นเงินที่ชิปปิ้งสำรองจ่ายแทนคุณที่ด่าน แล้วมาเรียกเก็บคืน ใบเสร็จภาษีจากกรมศุลกากรจึงเป็นเอกสารที่คุณมีสิทธิขอดูเสมอ ชิปปิ้งที่ตรงไปตรงมาจะแนบใบเสร็จตัวจริงให้โดยไม่ต้องทวง ถ้าเจ้าไหนอ้างว่าเปิดเผยไม่ได้ หรือยอดในใบเสร็จไม่ตรงกับที่เรียกเก็บ นั่นคือสัญญาณเตือนที่ชัดที่สุด
ก้อนที่สอง ค่าภาระคลังสินค้า ตัวแปรที่โตขึ้นทุกวันที่ปล่อยของค้าง
สินค้าที่ลงจากเครื่องจะถูกเก็บในคลังสินค้าของผู้ให้บริการภาคพื้น ซึ่งคิดค่าภาระตามน้ำหนักและจำนวนวันที่ของค้างอยู่ในคลัง ยิ่งปล่อยไว้นานค่าใช้จ่ายยิ่งบวกขึ้นเป็นขั้นบันได นอกจากนี้ยังมีค่าธรรมเนียมเอกสารของสายการบินหรือตัวแทนขนส่ง เช่น ค่าออกใบตราส่งทางอากาศ ค่าธรรมเนียมปล่อยสินค้า ซึ่งเป็นอัตราที่ค่อนข้างตายตัวต่อชิปเมนต์
บทเรียนสำคัญคือความเร็วคือเงิน ตัวอย่างสมมติ ของชิ้นหนึ่งน้ำหนัก 120 กิโลกรัม ถ้าเคลียร์จบใน 2 วันแรก ค่าคลังอาจอยู่หลักร้อยถึงพันต้นๆ แต่ถ้าเอกสารไม่ครบแล้วลากไปถึง 10 วัน ค่าคลังอาจทะลุไปหลายพันจนบางกรณีแพงกว่าค่าชิปปิ้งเสียอีก เพราะฉะนั้นก่อนของออกจากต้นทาง ควรเตรียม Invoice Packing List และ Air Waybill ให้พร้อม รวมถึงเช็คว่าสินค้าต้องมีใบอนุญาตหรือไม่ จะได้ไม่เสียวันไปกับการรอเอกสารที่ควรมีตั้งแต่แรก
ก้อนที่สาม ค่าบริการชิปปิ้ง จ่ายเพื่อซื้อความเร็วและความถูกต้อง

ค่าบริการตัวแทนออกของคือค่าจ้างทำพิธีการศุลกากร เดินเอกสาร จองคิว ชำระภาษีแทน และจัดรถไปรับของที่คลังมาส่งถึงหน้าบ้านคุณ โครงสร้างราคาทั่วไปประกอบด้วยค่าดำเนินพิธีการต่อชิปเมนต์ ค่ารถรับส่งตามระยะทางและขนาดรถ และค่าบริการเสริมตามหน้างาน เช่น งานขอใบอนุญาตย้อนหลัง หรืองานที่ต้องเปิดตรวจสินค้าร่วมกับเจ้าหน้าที่
วิธีเทียบราคาที่ยุติธรรมคือขอใบเสนอราคาที่แยกรายการชัดเจน แล้วเทียบกันที่ขอบเขตงานเดียวกัน ไม่ใช่เทียบที่ตัวเลขรวมอย่างเดียว เพราะเจ้าที่เสนอถูกที่สุดบางครั้งตัดงานสำคัญออก เช่น ไม่รวมค่ารถ หรือไม่รวมภาษีที่ต้องสำรองจ่าย เจอหน้างานจริงค่อยบวกเพิ่มจนแพงกว่าเจ้าอื่น คำถามสั้นๆ ที่ควรถามทุกเจ้าคือ ราคานี้รวมอะไรบ้าง ไม่รวมอะไร มีกรณีไหนที่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม และขอดูใบเสร็จภาษีตัวจริงได้ไหม
ตัวอย่างสมมติ รวมบิลทั้งสามก้อนให้ดูหนึ่งเคส
สมมติคุณสั่งอะไหล่เครื่องจักรจากญี่ปุ่นมาทางเครื่องบิน ราคาสินค้า 60,000 บาท ค่าขนส่งทางอากาศ 12,000 บาท ค่าประกัน 400 บาท ราคา CIF เท่ากับ 72,400 บาท สมมติพิกัดนี้อากร 5 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นอากร 3,620 บาท แล้ว VAT 7 เปอร์เซ็นต์ของ 76,020 บาท เท่ากับ 5,321.40 บาท รวมก้อนภาษีประมาณ 8,941 บาท
ก้อนคลังสินค้า สมมติของหนัก 90 กิโลกรัม เคลียร์เสร็จภายใน 2 วัน ค่าภาระคลังและค่าธรรมเนียมเอกสารรวมกันราวหนึ่งถึงสองพันบาท และก้อนค่าบริการชิปปิ้งพร้อมรถส่งถึงโรงงานในกรุงเทพอีกราวสองถึงสามพันบาทแล้วแต่ระยะทาง รวมทั้งเคสคุณควรเห็นตัวเลขประมาณหนึ่งหมื่นสามถึงหนึ่งหมื่นห้าพันบาทแบบมีที่มาที่ไปทุกบรรทัด ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นโครงสร้าง ของจริงขึ้นกับพิกัด น้ำหนัก และจำนวนวันในคลัง แต่หลักการแยกสามก้อนใช้ได้กับทุกเคส
อยากรู้ตัวเลขของเคสคุณแบบเป๊ะๆ ส่งเอกสารมาให้เราประเมินฟรี
ถ้าของคุณกำลังติดอยู่ที่สุวรรณภูมิ หรือกำลังจะส่งของเข้ามาและอยากรู้งบล่วงหน้า ไม่ต้องนั่งเดาตัวเลขเอง ส่ง Air Waybill Invoice และรูปสินค้ามาให้ทีม JEFF INTER ได้เลย เราจะแจกแจงให้ครบทั้งสามก้อนว่าภาษีเท่าไหร่ ค่าคลังประมาณไหน ค่าบริการเท่าไหร่ ให้คุณเห็นตัวเลขก่อนตัดสินใจ
เราประเมินให้ฟรี ไม่เก็บเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย และแนบใบเสร็จภาษีตัวจริงให้ทุกเคส ทีมงานดูแลทั้งขนส่งทางอากาศ ทางเรือ และพิธีการศุลกากรมากว่า 15 ปี โทร 084 672 2669 (คุณแนน) หรือ LINE @jeffinter ได้ทุกวัน แล้วให้ของที่ค้างอยู่ในคลังออกมาถึงมือคุณเร็วที่สุดโดยไม่จ่ายแพงเกินจำเป็น
ของติดด่านอยู่ใช่ไหม ให้เราช่วยดูให้ก่อน
ส่งรายละเอียดมาให้ทีมงานประเมินภาษีและค่าใช้จ่ายได้ฟรี ไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย