อินวอยซ์ไม่มีค่าขนส่งและประกันภัย ศุลกากรคิดราคา CIF อย่างไร ก่อนงงว่าทำไมภาษีแพงขึ้น
สั่งของแบบ FOB หรือ EXW แล้วอินวอยซ์ไม่มีค่า Freight กับ Insurance ศุลกากรจะบวกอะไรเพิ่มเพื่อให้ได้ราคา CIF อธิบายกติกาการบวกค่าขนส่งจริงและประกันภัย 1 เปอร์เซ็นต์ พร้อมตัวอย่างคำนวณให้เห็นตัวเลขจริง
ทำไมภาษีถึงคิดจากราคา CIF ทั้งที่คุณจ่ายค่าของแบบ FOB
หลายคนเจอเหตุการณ์แบบนี้ สั่งสินค้าจากต่างประเทศ ตกลงราคากับผู้ขายแบบ FOB คือราคาสินค้าถึงท่าเรือหรือสนามบินต้นทาง แล้วพอของมาถึงไทย ตัวเลขฐานภาษีที่ศุลกากรใช้กลับสูงกว่าราคาในอินวอยซ์ จนสงสัยว่าโดนคิดเกินหรือเปล่า คำตอบคือไม่ได้โดนคิดเกิน แต่กฎหมายศุลกากรไทยกำหนดให้คำนวณภาษีนำเข้าจากราคา CIF เสมอ
ราคา CIF คือราคาสินค้า บวกค่าขนส่งระหว่างประเทศ บวกค่าประกันภัยสินค้า ถ้าอินวอยซ์ของคุณเป็นราคา CIF อยู่แล้วก็ใช้ตัวเลขนั้นได้เลย แต่ถ้าเป็น FOB หรือ EXW ที่ไม่รวมสองรายการนี้ ศุลกากรจะบวกเพิ่มให้ครบก่อน แล้วค่อยคิดอากรขาเข้าและ VAT จากยอดรวม
บทความนี้จะอธิบายว่าศุลกากรบวกค่าขนส่งกับค่าประกันภัยอย่างไรเมื่อเอกสารไม่มีตัวเลขเหล่านี้ ใครที่ยังไม่แน่นเรื่องโครงสร้างราคา แนะนำอ่านบทความ ราคา CIF คืออะไร ต่างจาก FOB ตรงไหน ในเว็บนี้ก่อน แล้วค่อยมาลงลึกเรื่องการบวกเพิ่มในบทความนี้
ค่า Freight ไม่มีในเอกสาร ศุลกากรใช้ตัวเลขไหน

หลักการพื้นฐานคือใช้ค่าขนส่งที่จ่ายจริง ถ้าคุณมีใบแจ้งหนี้ค่าระวางจากสายการบิน สายเรือ หรือตัวแทนขนส่ง ตัวเลขนั้นคือสิ่งที่ถูกนำมาบวกเข้ากับราคาสินค้า ดังนั้นเอกสารค่าขนส่งจึงสำคัญไม่แพ้อินวอยซ์ค่าสินค้า ควรขอจากผู้ให้บริการขนส่งและเก็บไว้ทุกครั้ง
ปัญหาเกิดเมื่อไม่มีหลักฐานค่าขนส่งเลย เช่น ผู้ขายรวมค่าส่งไว้ในราคาสินค้าแบบไม่แยกรายการ หรือซื้อผ่านตัวแทนที่ไม่ออกเอกสารให้ กรณีนี้เจ้าหน้าที่มีแนวทางประเมินค่าขนส่งตามอัตราที่ใช้กันจริงของเส้นทางและรูปแบบการขนส่งนั้น ซึ่งอาจสูงกว่าที่คุณจ่ายจริงก็ได้ จุดนี้คือเหตุผลที่การมีเอกสารครบมักประหยัดกว่าการปล่อยให้ถูกประเมิน
ข้อควรระวังอีกอย่างคือการขนส่งทางอากาศ ค่า Freight ต่อกิโลกรัมสูงกว่าทางเรือมาก ของชิ้นเล็กราคาไม่แพงแต่ส่งด่วนทางเครื่องบิน อาจมีค่าขนส่งเป็นสัดส่วนใหญ่ของราคา CIF จนภาษีรวมสูงเกินคาด ถ้ายังเลือกวิธีส่งได้ ลองเทียบก่อนในบทความ Air Freight หรือ Sea Freight เลือกขนส่งแบบไหนให้เหมาะกับธุรกิจ
ไม่ได้ทำประกันภัยสินค้า ศุลกากรบวกเพิ่ม 1 เปอร์เซ็นต์
ส่วนของค่าประกันภัยมีกติกาที่ชัดเจนกว่า ถ้าคุณทำประกันภัยสินค้าจริงและมีกรมธรรม์หรือใบเสร็จเบี้ยประกัน ให้ใช้เบี้ยที่จ่ายจริง แต่ถ้าไม่ได้ทำประกันเลย ซึ่งเป็นกรณีของผู้นำเข้ารายย่อยส่วนใหญ่ ศุลกากรจะบวกค่าประกันภัยเข้าไปในฐานราคาเท่ากับ 1 เปอร์เซ็นต์ของราคา FOB
หลายคนตกใจว่าทำไมโดนคิดค่าประกันทั้งที่ไม่ได้ซื้อประกัน ต้องเข้าใจว่านี่ไม่ใช่การขายประกันย้อนหลัง แต่เป็นสูตรทำให้ฐานราคาเป็น CIF ครบตามนิยามเท่านั้น เงิน 1 เปอร์เซ็นต์นี้ไม่ได้ทำให้สินค้าของคุณมีความคุ้มครองใดๆ ถ้าของเสียหายระหว่างทางก็ยังไม่มีใครชดใช้ ใครที่ของมูลค่าสูงจึงควรพิจารณาทำประกันจริง อ่านเพิ่มได้ในบทความ ประกันภัยสินค้าระหว่างขนส่ง จำเป็นแค่ไหน ในเว็บนี้
สรุปสูตรที่ใช้บ่อยที่สุดสำหรับคนไม่ทำประกันคือ ราคา CIF เท่ากับ ราคา FOB บวกค่า Freight ที่จ่ายจริง บวกอีก 1 เปอร์เซ็นต์ของราคา FOB จำสูตรนี้ไว้ แล้วคุณจะประเมินภาษีเองได้ใกล้เคียงความจริงมาก
ตัวอย่างสมมติ คำนวณให้ดูทีละบรรทัด

ตัวอย่างสมมติ คุณซีสั่งเครื่องครัวสแตนเลสจากจีนทางเรือ ราคาสินค้าแบบ FOB 100,000 บาท ค่า Freight ตามใบแจ้งหนี้ 8,000 บาท ไม่ได้ทำประกันภัย ขั้นแรกหาค่าประกันที่ต้องบวก คือ 1 เปอร์เซ็นต์ของ 100,000 เท่ากับ 1,000 บาท ดังนั้นราคา CIF เท่ากับ 100,000 บวก 8,000 บวก 1,000 รวมเป็น 109,000 บาท
ขั้นต่อมาสมมติว่าพิกัดสินค้านี้มีอัตราอากรขาเข้า 5 เปอร์เซ็นต์ อากรขาเข้าจึงเท่ากับ 5,450 บาท จากนั้นคิด VAT 7 เปอร์เซ็นต์จากยอดราคา CIF บวกอากร คือ 7 เปอร์เซ็นต์ของ 114,450 เท่ากับ 8,011.50 บาท รวมภาษีทั้งหมดประมาณ 13,461.50 บาท จะเห็นว่าถ้าลืมบวกค่า Freight กับประกันแล้วคิดจาก 100,000 ตรงๆ ตัวเลขจะคลาดไปพอสมควร และยิ่งคลาดถ้าอัตราอากรสูง
อัตราอากรของแต่ละสินค้าไม่เท่ากัน ขึ้นกับพิกัด HS Code ของสินค้านั้น วิธีหาพิกัดและอัตราอ่านได้ในบทความ HS Code คืออะไร หาพิกัดสินค้าอย่างไรให้ถูกต้อง ส่วนขั้นตอนคำนวณภาษีแบบละเอียดครบทุกเคส ดูได้ในบทความ คำนวณภาษีนำเข้าแบบ CIF ทีละขั้น พร้อมตัวอย่างจริง ซึ่งเป็นบทความหลักของเรื่องนี้ในเว็บเรา
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย และวิธีเตรียมเอกสารให้ฐานราคาไม่โดนโต้แย้ง
ข้อผิดพลาดแรกคือคิดว่าราคาในอินวอยซ์คือฐานภาษีเสมอ ทั้งที่ต้องดูเทอมการค้าก่อนว่าเป็น EXW FOB หรือ CIF ข้อสองคือไม่เก็บใบแจ้งหนี้ค่า Freight จนต้องถูกประเมินแทน ข้อสามคือจงใจให้ผู้ขายเขียนราคาต่ำเพื่อหวังภาษีถูก ซึ่งเสี่ยงโดนตรวจสอบย้อนหลังและค่าปรับหนักกว่าภาษีที่ประหยัดได้หลายเท่า
วิธีเตรียมตัวที่ดีคือ ขอให้ผู้ขายแยกรายการราคาสินค้าและค่าขนส่งให้ชัดเจนตั้งแต่ตอนตกลงซื้อ เก็บหลักฐานการโอนเงินทุกครั้งให้ตรงกับยอดในเอกสาร และถ้ามีประกันภัยให้แนบกรมธรรม์ไปพร้อมชุดเอกสารเลย เอกสารที่สอดคล้องกันทั้งชุดคือเกราะที่ดีที่สุดเวลาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบราคา
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังไม่มั่นใจว่าเคสของคุณควรใช้ตัวเลขไหนเป็นฐานราคา หรือกลัวคำนวณภาษีผิดจนงบบานปลาย ส่งอินวอยซ์และรายละเอียดสินค้ามาให้ทีม JEFF INTER ช่วยคำนวณให้ก่อนได้ฟรี เราดูแลทั้ง Air Freight และ Sea Freight พร้อมพิธีการศุลกากรครบวงจรมากว่า 15 ปี ประเมินฟรี ไม่เก็บเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย โทร 084 672 2669 (คุณแนน) หรือแอดไลน์ @jeffinter แล้วให้ตัวเลขทุกบรรทัดชัดเจนก่อนของออกจากต้นทาง
ของติดด่านอยู่ใช่ไหม ให้เราช่วยดูให้ก่อน
ส่งรายละเอียดมาให้ทีมงานประเมินภาษีและค่าใช้จ่ายได้ฟรี ไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย