Form D คืออะไร นำเข้าสินค้าจากเวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ให้ภาษีเหลือ 0 ด้วยสิทธิ ATIGA ต้องเตรียมอะไรบ้าง
คู่มือใช้สิทธิ Form D ลดภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศอาเซียนฉบับเข้าใจง่าย อธิบายเงื่อนไขถิ่นกำเนิดสินค้า การขนส่งตรง เอกสารที่ต้องตรวจก่อนเรือออก พร้อมตัวอย่างสมมติคำนวณภาษีที่ประหยัดได้จริง และข้อผิดพลาดที่ทำให้ Form D ถูกปฏิเสธหน้าด่าน
สินค้าอาเซียนราคาดีอยู่แล้ว แต่หลายคนยังจ่ายภาษีเต็มโดยไม่จำเป็น
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการไทยหันมาสั่งสินค้าจากเพื่อนบ้านอาเซียนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เสื้อผ้าและรองเท้าจากเวียดนาม เฟอร์นิเจอร์ไม้และของแต่งบ้านจากอินโดนีเซีย ถุงมือยางและสินค้าอุตสาหกรรมจากมาเลเซีย ขนมและวัตถุดิบอาหารจากฟิลิปปินส์ เหตุผลหลักคือคุณภาพที่พัฒนาขึ้นมาก ราคาที่แข่งขันได้ และระยะทางขนส่งที่สั้นกว่าการสั่งจากฝั่งยุโรปหรืออเมริกาหลายเท่า
สิ่งที่น่าเสียดายคือผู้นำเข้ามือใหม่จำนวนไม่น้อยยังจ่ายอากรขาเข้าในอัตราปกติ ทั้งที่สินค้าส่วนใหญ่จากอาเซียนสามารถใช้สิทธิลดภาษีเหลือร้อยละ 0 ได้ ถ้ามีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าที่เรียกว่า Form D แนบมากับชุดเอกสารนำเข้า เงินภาษีที่ประหยัดได้ต่อตู้อาจมากพอเป็นกำไรของทั้งล็อตเลยทีเดียว บทความนี้จะพาไปรู้จัก Form D ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงจุดที่คนพลาดบ่อยที่สุด
Form D กับความตกลง ATIGA คืออะไร ใครเป็นคนออกให้

Form D คือหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน หรือ ATIGA ซึ่งประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศใช้ร่วมกัน หลักการคือถ้าสินค้านั้นผลิตหรือแปรรูปอย่างมีนัยสำคัญในประเทศสมาชิก ก็ถือเป็นสินค้าถิ่นกำเนิดอาเซียน และนำเข้ามาไทยได้ในอัตราภาษีพิเศษ ซึ่งสินค้าเกือบทั้งหมดในบัญชีลดเหลือร้อยละ 0 แล้ว
จุดที่ต้องจำให้แม่นคือ Form D ไม่ใช่เอกสารที่ผู้นำเข้าฝั่งไทยทำเองได้ ผู้ส่งออกที่ประเทศต้นทางต้องเป็นผู้ยื่นขอต่อหน่วยงานรัฐของประเทศนั้น เช่น กระทรวงการค้าของเวียดนาม หรือ MITI ของมาเลเซีย ดังนั้นต้องตกลงกับผู้ขายตั้งแต่ก่อนสั่งซื้อว่าต้องการ Form D และควรระบุไว้ในใบสั่งซื้อให้ชัดเจน เพราะถ้าของมาถึงท่าเรือแล้วค่อยนึกได้ การขอย้อนหลังทำได้ก็จริงแต่ใช้เวลาและมีเงื่อนไขเพิ่ม บางเจ้าอาจไม่ยอมทำให้เลยก็มี
เงื่อนไขสำคัญ 3 ข้อ ที่ตัดสินว่าสินค้าของคุณใช้สิทธิได้หรือไม่
ข้อแรกคือเกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้า สินค้าต้องผลิตในประเทศสมาชิกทั้งหมด หรือมีสัดส่วนมูลค่าวัตถุดิบและการผลิตในอาเซียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของราคา FOB หรือผ่านการแปรสภาพจนพิกัดศุลกากรเปลี่ยนในระดับ 4 หลัก แล้วแต่เกณฑ์ที่กำหนดไว้สำหรับพิกัดนั้น ตัวเลขเกณฑ์ที่ใช้จะพิมพ์อยู่บน Form D ในช่อง Origin Criterion ถ้าผู้ขายกรอกช่องนี้ผิด ด่านมีสิทธิปฏิเสธทั้งใบ
ข้อสองคือการขนส่งตรง สินค้าต้องส่งจากประเทศสมาชิกมายังไทยโดยตรง หรือถ้าผ่านประเทศที่สามต้องไม่ถูกแปรรูปหรือเปลี่ยนสภาพระหว่างทาง และมีเอกสารยืนยันว่าอยู่ในการควบคุมของศุลกากรตลอด ข้อสามคือความถูกต้องตรงกันของเอกสาร ชื่อสินค้า จำนวน น้ำหนัก เลขอินวอยซ์ และพิกัดบน Form D ต้องสอดคล้องกับ Invoice และ Bill of Lading ถ้าข้อมูลขัดแย้งกันแม้จุดเดียว เจ้าหน้าที่อาจให้วางประกันภาษีไว้ก่อนแล้วไปพิสูจน์ทีหลัง ซึ่งแปลว่าเงินสดจมและของออกช้า
ตัวอย่างสมมติ สั่งเฟอร์นิเจอร์ไม้จากอินโดนีเซีย ประหยัดภาษีได้เท่าไร

ลองดูตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นภาพ สมมติร้านของแต่งบ้านแห่งหนึ่งสั่งเฟอร์นิเจอร์ไม้สักจากโรงงานในเกาะชวา มูลค่าสินค้ารวมค่าขนส่งและประกันภัยเป็นราคา CIF ประมาณ 800,000 บาท สมมติพิกัดเฟอร์นิเจอร์ไม้มีอัตราอากรปกติร้อยละ 20 ถ้าไม่มี Form D จะต้องจ่ายอากรขาเข้าประมาณ 160,000 บาท แล้วยังถูกนำไปรวมเป็นฐานคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง
แต่ถ้าผู้ขายออก Form D มาให้ถูกต้อง อากรขาเข้าส่วนนี้จะเหลือศูนย์ จ่ายเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่มจากฐานราคา CIF เท่านั้น เท่ากับเงินสดกลับมาอยู่ในมือทันทีหลักแสน ขั้นตอนใช้สิทธิจริงไม่ซับซ้อน เพียงให้ผู้ขายส่งสำเนา Form D มาตรวจก่อนเรือออก เช็คการสะกดชื่อบริษัท เลขอินวอยซ์ พิกัด และช่อง Origin Criterion ให้ครบ จากนั้นใช้ต้นฉบับยื่นประกอบใบขนสินค้าขาเข้าตอนเคลียร์ของ เท่านี้อัตราภาษีพิเศษก็ถูกนำมาใช้ในใบขนทันที
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย ทำให้ Form D ถูกปฏิเสธทั้งที่มีใบจริง
เคสที่พบบ่อยที่สุดคือข้อมูลบนเอกสารไม่ตรงกัน เช่น อินวอยซ์ออกในชื่อบริษัทแม่แต่ Form D ระบุชื่อโรงงานผู้ผลิต หรือกรณีซื้อขายผ่านเทรดเดอร์ประเทศที่สามแล้วไม่ได้ติ๊กช่อง Third Country Invoicing ให้ถูกต้อง รองลงมาคือลายเซ็นและตราประทับไม่ตรงกับตัวอย่างที่หน่วยงานต้นทางแจ้งไว้ น้ำหนักรวมต่างจาก Packing List มากผิดปกติ หรือยื่นใช้สิทธิเกินอายุของเอกสารซึ่งมีกำหนด 12 เดือนนับจากวันที่ออก
อีกจุดที่มือใหม่พลาดกันมากคือเข้าใจว่าสินค้าทุกชิ้นที่ซื้อจากประเทศอาเซียนใช้สิทธิได้อัตโนมัติ ความจริงคือสินค้าที่ผลิตในประเทศนอกภูมิภาคแล้วแค่ส่งผ่านมา เช่น ของที่ผลิตที่อื่นแล้วมาพักโกดังที่ประเทศเพื่อนบ้าน ไม่เข้าเกณฑ์ถิ่นกำเนิดและขอ Form D ไม่ได้ ถ้าผู้ขายรับปากง่ายผิดปกติว่าออกใบให้ได้ทุกกรณี ให้ระวังไว้ก่อน เพราะถ้าศุลกากรตรวจสอบย้อนหลังแล้วพบว่าใบรับรองไม่ถูกต้อง ผู้นำเข้าฝั่งไทยคือคนที่ต้องจ่ายภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับ
ขนส่งจากอาเซียนมาไทย เลือกทางเรือหรือทางอากาศดี
แม้ประเทศอาเซียนหลายแห่งจะมีพรมแดนใกล้ไทย แต่สำหรับการนำเข้าเชิงพาณิชย์ที่ต้องใช้สิทธิ Form D เส้นทางที่เอกสารจัดการง่ายและตรวจสอบการขนส่งตรงได้ชัดเจนที่สุดคือทางเรือและทางอากาศ สินค้าทั่วไปน้ำหนักมาก เช่น เฟอร์นิเจอร์ วัสดุก่อสร้าง หรือสินค้าสั่งเต็มตู้ แนะนำทางเรือจากท่าเรือโฮจิมินห์ ไฮฟอง จาการ์ตา หรือปีนัง มาเข้าแหลมฉบัง ใช้เวลาไม่กี่วันและค่าระวางต่อหน่วยต่ำมาก ส่วนสินค้าด่วน ตัวอย่างสินค้า หรือของมูลค่าสูงน้ำหนักเบา ทางอากาศเข้าสุวรรณภูมิคือคำตอบที่คุมเวลาได้แม่นยำกว่า
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังไม่แน่ใจว่าสินค้าของคุณเข้าเกณฑ์ Form D หรือไม่ หรือเคยนำเข้าแล้วจ่ายภาษีเต็มมาตลอด ลองส่งรายละเอียดสินค้ามาให้ทีม JEFF INTER ช่วยดูก่อนได้ เราเชี่ยวชาญการขนส่งทางเรือและทางอากาศจากทั่วอาเซียนพร้อมเคลียร์พิธีการศุลกากรครบวงจร ตรวจเอกสาร Form D ให้ก่อนเรือออกเพื่อปิดความเสี่ยงหน้าด่าน ประเมินฟรี ไม่เก็บเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย โทร 084 672 2669 (คุณแนน) หรือ LINE @jeffinter ได้ทุกวัน
ของติดด่านอยู่ใช่ไหม ให้เราช่วยดูให้ก่อน
ส่งรายละเอียดมาให้ทีมงานประเมินภาษีและค่าใช้จ่ายได้ฟรี ไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย