HS Code เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน พัดลม หม้อทอดไร้น้ำมัน เครื่องปั่น อยู่พิกัดไหน เช็คให้ชัวร์ก่อนนำเข้ามาขาย
เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็กคือสินค้ายอดฮิตของร้านค้าออนไลน์ แต่ hs code ของหมวดนี้ซับซ้อนกว่าที่คิด เพราะพัดลม หม้อทอด เครื่องปั่น เครื่องดูดฝุ่น อยู่คนละตอนคนละพิกัด แถมหลายตัวต้องมี มอก. ด้วย บทความนี้ไล่พิกัดรายหมวด พร้อมตัวอย่างสมมติคำนวณภาษีจากราคา CIF และเช็คลิสต์ก่อนสั่งล็อตใหญ่
ทำไมเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านถึงเป็นหมวดที่ใส่ hs code ผิดง่ายที่สุดหมวดหนึ่ง
ร้านค้าออนไลน์จำนวนมากเริ่มต้นนำเข้าด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก เพราะขายง่าย กำไรต่อชิ้นดี แต่พอถึงขั้นตอนสำแดง hs code หลายคนถึงกับงง เพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านไม่ได้อยู่รวมกันในพิกัดเดียว สินค้าที่วางขายคู่กันบนหน้าร้านอย่างพัดลมกับหม้อทอดไร้น้ำมัน จริงๆ แล้วอยู่คนละตอนของพิกัดศุลกากร ตัวหนึ่งถูกมองเป็นเครื่องจักรกล อีกตัวถูกมองเป็นเครื่องทำความร้อนไฟฟ้า อัตราอากรก็ไม่จำเป็นต้องเท่ากัน
ความซับซ้อนนี้ทำให้เกิดปัญหาสองแบบ แบบแรกคือใส่พิกัดผิดโดยไม่ตั้งใจแล้วโดนประเมินภาษีใหม่ตอนของถึงด่าน แบบที่สองร้ายแรงกว่า คือโดนมองว่าตั้งใจสำแดงพิกัดที่อัตราภาษีต่ำกว่าความจริง ซึ่งมีโทษทั้งค่าปรับและภาษีย้อนหลัง ใครที่ยังไม่แน่นเรื่องพื้นฐาน แนะนำให้เริ่มจากบทความ HS Code คืออะไร หาพิกัดสินค้าอย่างไรให้ถูกต้อง ก่อน แล้วค่อยกลับมาไล่พิกัดรายหมวดของเครื่องใช้ไฟฟ้าในบทความนี้
ไล่ดูพิกัดรายหมวด เครื่องใช้ไฟฟ้ายอดนิยมอยู่ตอน 84 และ 85 ตรงไหนบ้าง

หลักจำง่ายๆ ของหมวดนี้คือ ดูว่าหัวใจของเครื่องคืออะไร ถ้าทำงานด้วยมอเตอร์หรือกลไกเป็นหลัก ส่วนใหญ่อยู่ตอน 84 เช่น พัดลมตั้งโต๊ะและพัดลมตั้งพื้นอยู่แถวประเภท 84.14 เครื่องปรับอากาศอยู่ 84.15 ตู้เย็นอยู่ 84.18 เครื่องซักผ้าอยู่ 84.50 เครื่องล้างจานอยู่ 84.22 และเครื่องดูดฝุ่นอยู่ 85.08 ส่วนเครื่องใช้ที่มีมอเตอร์ขนาดเล็กในครัว เช่น เครื่องปั่น เครื่องบด เครื่องคั้นน้ำผลไม้ มักอยู่แถวประเภท 85.09
ถ้าหัวใจของเครื่องคือการทำความร้อนด้วยไฟฟ้า ให้มองไปที่ประเภท 85.16 เป็นหลัก หมวดนี้ครอบคลุมตั้งแต่หม้อทอดไร้น้ำมัน หม้อหุงข้าว เตาอบไฟฟ้า กาต้มน้ำ เตารีด ไปจนถึงไดร์เป่าผม สังเกตว่าสินค้าครัวยอดฮิตเกือบทั้งหมดกองรวมกันอยู่แถวนี้ แต่แยกพิกัดย่อยตามชนิดของเครื่อง ตัวเลขที่ยกมาทั้งหมดคือระดับประเภท 4 หลักไว้ใช้ตั้งต้นหาเท่านั้น ของจริงต้องไล่ลงถึงพิกัดย่อย 8 หลักของไทยซึ่งเป็นตัวกำหนดอัตราอากร วิธีไล่ทีละขั้นด้วยตัวเองอ่านได้ในบทความ เช็ค HS Code ด้วยตัวเองทีละขั้นตอน และถ้าสั่งล็อตใหญ่มูลค่าสูง การขอวินิจฉัยพิกัดล่วงหน้าจากกรมศุลกากรคือทางที่ชัวร์ที่สุด
อัตราภาษีและสิทธิ Form E ที่ผู้นำเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้าควรรู้
อัตราอากรขาเข้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละพิกัดไม่เท่ากัน บางพิกัดอัตราทั่วไปเป็นศูนย์อยู่แล้ว บางพิกัดมีอากรหลายเปอร์เซ็นต์ จุดที่ช่วยผู้นำเข้าจากจีนได้มากคือความตกลงการค้าเสรีอาเซียนจีน ถ้าสินค้ามีถิ่นกำเนิดจีนและมี Form E ถูกต้อง หลายพิกัดในหมวดนี้ลดอากรเหลือศูนย์ได้ แต่เงื่อนไขสำคัญคือพิกัดบน Form E ต้องสอดคล้องกับพิกัดที่สำแดงในใบขนสินค้า ถ้าไม่ตรงกันอาจใช้สิทธิไม่ได้ทั้งล็อต
อย่าลืมว่าต่อให้อากรขาเข้าเป็นศูนย์ ก็ยังมีภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 เก็บจากราคา CIF บวกอากรเสมอ ดังนั้นต้นทุนภาษีไม่มีทางเป็นศูนย์จริง การเข้าใจโครงสร้างราคา CIF จึงสำคัญมาก ใครยังไม่คุ้นกับการคำนวณ แนะนำบทความ คำนวณภาษีนำเข้าแบบ CIF ทีละขั้น พร้อมตัวอย่างจริง ซึ่งไล่สูตรเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ใช้จริงที่ด่าน
มอก. และใบอนุญาตอื่นที่มักโดนลืม จนของไปค้างที่ด่าน

เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดเป็นสินค้าควบคุมตามมาตรฐานบังคับของ สมอ. พูดง่ายๆ คือต้องมี มอก. ก่อนนำเข้ามาขาย กลุ่มที่โดนบังคับชัดเจน เช่น พัดลมไฟฟ้า หม้อหุงข้าว กาต้มน้ำไฟฟ้า เตารีด และเครื่องใช้ทำความร้อนอีกหลายตัว การนำเข้าสินค้ากลุ่มนี้โดยไม่มีใบอนุญาตคือสาเหตุอันดับต้นที่ทำให้ของโดนกักที่ด่านทั้งที่ภาษีพร้อมจ่าย รายละเอียดว่าสินค้าไหนเข้าข่ายและขั้นตอนขอใบอนุญาตเป็นอย่างไร อ่านเพิ่มได้ในบทความ สินค้าอะไรบ้างที่ต้องมี มอก. ก่อนนำเข้า
อีกกลุ่มที่พลาดบ่อยคือเครื่องใช้ไฟฟ้ายุคใหม่ที่เชื่อมต่อ WiFi หรือ Bluetooth ได้ เช่น หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ลำโพงอัจฉริยะ หรือเครื่องใช้ที่สั่งงานผ่านแอป อุปกรณ์พวกนี้มีภาคส่งสัญญาณวิทยุ จึงอยู่ในข่ายต้องผ่านการอนุญาตของ กสทช. ด้วย กลายเป็นว่าสินค้าชิ้นเดียวอาจต้องเช็คทั้งพิกัด ทั้ง มอก. ทั้ง กสทช. ก่อนกดสั่ง ดังนั้นเวลาคิดต้นทุนนำเข้า อย่าคิดแค่ค่าของกับภาษี ให้เผื่อเวลาและค่าใช้จ่ายด้านใบอนุญาตไว้ในแผนเสมอ
ตัวอย่างสมมติ คำนวณภาษีนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมันหนึ่งล็อต
สมมติร้านค้าหนึ่งสั่งหม้อทอดไร้น้ำมันจากจีน 200 เครื่อง ราคาสินค้ารวม 150,000 บาท ค่าขนส่งทางเรือ 12,000 บาท ค่าประกันภัย 1,000 บาท ราคา CIF จึงเท่ากับ 163,000 บาท สมมติว่าพิกัดที่สำแดงมีอัตราอากรทั่วไปร้อยละ 10 แต่ล็อตนี้มี Form E ถูกต้องและพิกัดตรงกัน จึงใช้สิทธิลดอากรเหลือศูนย์ได้ อากรขาเข้าเท่ากับ 0 บาท จากนั้นคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 จากฐาน CIF บวกอากร คือ 163,000 บวก 0 แล้วคูณ 0.07 ได้ VAT 11,410 บาท รวมภาษีที่ต้องจ่ายที่ด่านราว 11,410 บาท
ลองเทียบกรณีเดียวกันแต่ Form E ใช้ไม่ได้เพราะพิกัดไม่ตรง อากรขาเข้าจะกลายเป็น 16,300 บาท และ VAT คิดจากฐาน 179,300 บาท ได้อีก 12,551 บาท รวมภาษีพุ่งไปเกือบ 29,000 บาท ต่างจากกรณีแรกเกือบ 18,000 บาททั้งที่เป็นของล็อตเดียวกัน ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นภาพ แต่บทเรียนคือของจริง เอกสารกับพิกัดที่ตรงกันมีมูลค่าเป็นเงินหมื่น อย่าปล่อยให้ความไม่ชัวร์เรื่องพิกัดกินกำไรทั้งล็อต
เช็คลิสต์ก่อนสั่งเครื่องใช้ไฟฟ้าล็อตใหญ่ และตัวช่วยที่ทำให้จบง่ายกว่า
ก่อนโอนเงินมัดจำให้โรงงาน ไล่เช็คตามนี้ หนึ่ง หาพิกัด 8 หลักของสินค้าให้เจอและจดอัตราอากรทั่วไปไว้ สอง เช็คว่าสินค้าอยู่ในบัญชีมาตรฐานบังคับ มอก. หรือไม่ ถ้าใช่ต้องได้ใบอนุญาตก่อนของออกจากจีน สาม ถ้ามี WiFi หรือ Bluetooth ให้เช็คเงื่อนไข กสทช. เพิ่ม สี่ ตกลงกับผู้ขายให้ออก Form E ที่ระบุพิกัดตรงกับที่จะสำแดงจริง ห้า คำนวณภาษีจากราคา CIF ล่วงหน้าเพื่อรู้ต้นทุนต่อชิ้นก่อนตั้งราคาขาย ทำครบห้าข้อ ของถึงด่านแล้วแทบไม่มีเซอร์ไพรส์
ถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่าขั้นตอนเยอะเกินกว่าจะลุยเองทั้งหมด ให้ JEFF INTER ช่วยดูได้ตั้งแต่ยังไม่กดสั่ง เราเช็คพิกัด อัตราภาษี และใบอนุญาตที่ต้องใช้ให้ก่อนฟรี พร้อมดูแลขนส่งทั้งทางเครื่องบินและทางเรือจนเคลียร์ของออกจากด่านถึงมือคุณ ประเมินฟรี ไม่เก็บเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย โทร 084 672 2669 (คุณแนน) หรือ LINE @jeffinter ส่งรายการสินค้ามาให้เราช่วยเช็คก่อนตัดสินใจ จะได้สั่งล็อตแรกอย่างมั่นใจและไม่เจอภาษีบานปลาย
ของติดด่านอยู่ใช่ไหม ให้เราช่วยดูให้ก่อน
ส่งรายละเอียดมาให้ทีมงานประเมินภาษีและค่าใช้จ่ายได้ฟรี ไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย