ภาษีนำเข้ามีอะไรบ้าง อากรขาเข้า ภาษีสรรพสามิต VAT คิดซ้อนกันอย่างไร ฉบับเข้าใจง่าย
ภาษีนำเข้าไม่ได้มีแค่ตัวเดียว บทความนี้แยกให้เห็นทีละชั้น อากรขาเข้า ภาษีสรรพสามิต ภาษีเพื่อมหาดไทย และ VAT คิดจากฐานไหน ซ้อนกันอย่างไร พร้อมตัวอย่างคำนวณจริงและวิธีเช็คล่วงหน้าก่อนสั่งของ
ภาษีนำเข้าไม่ได้มีแค่ตัวเดียว รู้จักโครงสร้างภาษีทั้งสี่ชั้นก่อน
ผู้นำเข้ามือใหม่จำนวนมากเข้าใจว่าภาษีนำเข้าคือตัวเลขเดียวจบ แต่ความจริงเงินที่จ่ายให้ศุลกากรตอนเคลียร์ของประกอบด้วยภาษีได้สูงสุดสี่ชั้น ชั้นแรกคืออากรขาเข้า ชั้นที่สองคือภาษีสรรพสามิตสำหรับสินค้าบางประเภท ชั้นที่สามคือภาษีเพื่อมหาดไทยที่พ่วงมากับสรรพสามิต และชั้นสุดท้ายคือภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT ที่เก็บกับของนำเข้าแทบทุกรายการ
จุดที่ทำให้หลายคนงงคือภาษีแต่ละชั้นไม่ได้คิดจากราคาสินค้าเฉยๆ แต่คิดแบบฐานทบฐาน หมายความว่าภาษีชั้นหลังจะรวมภาษีชั้นก่อนหน้าเข้าไปในฐานคำนวณด้วย ยิ่งสินค้าโดนหลายชั้น ตัวเลขรวมยิ่งสูงกว่าที่เดาไว้มาก บทความนี้จะพาแกะทีละชั้นพร้อมตัวอย่างตัวเลขที่เห็นภาพ
ชั้นที่หนึ่ง อากรขาเข้า คิดจากราคา CIF ตามพิกัด HS Code

อากรขาเข้าคือภาษีศุลกากรตัวหลัก คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของราคา CIF ซึ่งคือราคาสินค้า บวกค่าขนส่งระหว่างประเทศ บวกค่าประกันภัย ไม่ใช่แค่ราคาที่จ่ายให้ร้านค้า ใครยังไม่คุ้นกับ CIF แนะนำให้อ่านบทความ คำนวณภาษีนำเข้าแบบ CIF ทีละขั้น พร้อมตัวอย่างจริง ของเราก่อน จะช่วยให้เข้าใจส่วนนี้เร็วขึ้นมาก
ส่วนอัตราอากรจะเป็นกี่เปอร์เซ็นต์นั้นขึ้นอยู่กับพิกัดศุลกากรหรือ HS Code ของสินค้า สินค้าแต่ละชนิดมีพิกัดของตัวเองและอัตราต่างกันได้ตั้งแต่ศูนย์ไปจนถึงหลายสิบเปอร์เซ็นต์ รายละเอียดการหาพิกัดอ่านได้ที่บทความ HS Code คืออะไร หาพิกัดสินค้าอย่างไรให้ถูกต้อง นอกจากนี้ถ้าสินค้ามาจากประเทศที่ไทยมีข้อตกลงการค้าเสรี เช่น จีนที่ใช้ Form E อัตราอากรอาจลดเหลือศูนย์ได้ แต่ต้องมีเอกสารถูกต้องครบถ้วนตอนเคลียร์ของ
ข้อควรระวังคืออากรขาเข้าเป็นชั้นฐานของภาษีทุกชั้นถัดไป ถ้าใส่พิกัดผิดหรือสำแดงราคาต่ำกว่าจริง ความผิดพลาดจะลามไปทุกชั้นและอาจโดนเรียกเก็บย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับ
ชั้นที่สองและสาม ภาษีนำเข้ากลุ่มสรรพสามิต ใครบ้างที่ต้องจ่าย
ภาษีสรรพสามิตเก็บเฉพาะสินค้าบางประเภทที่กฎหมายกำหนด กลุ่มที่เจอบ่อยคือน้ำหอมและหัวน้ำหอม เครื่องดื่มบางชนิด สุรา ยาสูบ รถยนต์และรถจักรยานยนต์ แบตเตอรี่ รวมถึงสินค้าฟุ่มเฟือยบางรายการ ถ้าสินค้าของคุณไม่อยู่ในกลุ่มนี้ก็ข้ามสองชั้นนี้ไปได้เลย เหลือแค่อากรขาเข้ากับ VAT
สำหรับสินค้าที่โดน ภาษีสรรพสามิตจะคิดจากฐานที่รวมราคา CIF กับอากรขาเข้าแล้ว และเมื่อมีภาษีสรรพสามิตก็จะมีภาษีเพื่อมหาดไทยพ่วงตามมาอีกร้อยละสิบของตัวภาษีสรรพสามิตนั้น สองตัวนี้มาคู่กันเสมอ ผู้นำเข้าน้ำหอมหรือเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์สูงควรเช็คให้ชัดก่อนสั่งของล็อตใหญ่ เพราะต้นทุนจริงอาจสูงกว่าที่คำนวณจากอากรขาเข้าอย่างเดียวมาก
ชั้นที่สี่ VAT คิดจากฐานไหน ทำไมไม่ใช่แค่ราคาสินค้า

ภาษีมูลค่าเพิ่มของสินค้านำเข้าอยู่ที่ร้อยละเจ็ด แต่จุดที่พลาดกันมากที่สุดคือฐานคำนวณ VAT ไม่ใช่ราคาสินค้า และไม่ใช่ราคา CIF เฉยๆ แต่คือราคา CIF บวกอากรขาเข้า บวกภาษีสรรพสามิตและภาษีเพื่อมหาดไทยถ้ามี พูดง่ายๆ คือ VAT เก็บทับยอดรวมของทุกชั้นก่อนหน้า
นี่คือเหตุผลที่ของสองชิ้นราคาเท่ากันแต่เสียภาษีรวมไม่เท่ากัน เพราะพิกัดต่างกันทำให้อากรขาเข้าต่างกัน และฐาน VAT ก็เลยต่างกันตาม ใครที่เคยสงสัยว่าทำไมใบเสร็จภาษีถึงสูงกว่าที่กดเครื่องคิดเลขเองไว้ ส่วนใหญ่ตกตรงฐานทบฐานนี้เอง รายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องเกณฑ์ยกเว้นของชิ้นเล็กอ่านได้ที่บทความ ภาษีมูลค่าเพิ่มสินค้านำเข้า และเกณฑ์ยกเว้นที่เปลี่ยนไปแล้ว ในหมวดภาษีนำเข้า
ตัวอย่างสมมติ คำนวณภาษีนำเข้าครบทุกชั้นให้ดูทีละบรรทัด
ตัวอย่างสมมติที่หนึ่ง สินค้าทั่วไปที่ไม่โดนสรรพสามิต คุณต้นนำเข้าชั้นวางสินค้าจากจีน ราคา CIF รวมแล้ว 100,000 บาท พิกัดนี้สมมติอากรขาเข้าร้อยละสิบ อากรขาเข้าเท่ากับ 10,000 บาท ฐาน VAT คือ 100,000 บวก 10,000 เท่ากับ 110,000 บาท VAT ร้อยละเจ็ดเท่ากับ 7,700 บาท รวมภาษีที่ต้องจ่าย 17,700 บาท ไม่ใช่ 17,000 บาทอย่างที่หลายคนคิดจากการเอาสิบบวกเจ็ดเป็นร้อยละสิบเจ็ดของราคาของ
ตัวอย่างสมมติที่สอง สินค้าที่โดนสรรพสามิต คุณฝ้ายนำเข้าน้ำหอมล็อตหนึ่ง ราคา CIF 100,000 บาท สมมติอากรขาเข้าร้อยละยี่สิบ เท่ากับ 20,000 บาท สมมติภาษีสรรพสามิตคำนวณออกมาได้ 9,600 บาท ภาษีเพื่อมหาดไทยร้อยละสิบของสรรพสามิตเท่ากับ 960 บาท ฐาน VAT คือ 100,000 บวก 20,000 บวก 9,600 บวก 960 เท่ากับ 130,560 บาท VAT เท่ากับ 9,139.20 บาท รวมภาษีทั้งหมดประมาณ 39,699 บาท เกือบร้อยละสี่สิบของราคาของ ตัวเลขในตัวอย่างเป็นการสมมติอัตราเพื่อให้เห็นวิธีคิด อัตราจริงต้องเช็คตามพิกัดและประเภทสินค้าของคุณ
วิธีเช็คภาษีล่วงหน้าก่อนสั่งของ และข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง
ก่อนโอนเงินค่าสินค้า ให้ทำสามอย่างนี้เสมอ หนึ่ง หาพิกัด HS Code ของสินค้าให้ชัวร์ จะเช็คเองหรือให้ชิปปิ้งช่วยดูก็ได้ สอง เช็คว่าสินค้าอยู่ในกลุ่มภาษีสรรพสามิตหรือไม่ และต้องมีใบอนุญาตอย่างเช่น อย. หรือ มอก. ก่อนนำเข้าหรือเปล่า สาม คำนวณภาษีรวมทุกชั้นแบบฐานทบฐานตามตัวอย่างข้างบน แล้วเอาไปรวมเป็นต้นทุนจริงก่อนตั้งราคาขาย ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยคือคิดภาษีจากราคาหน้าร้านไม่ใช่ CIF ลืมภาษีสรรพสามิต และลืมว่า VAT คิดทับอากร ทำให้ตั้งราคาขายต่ำเกินไปจนขาดทุนทั้งที่ขายหมด
ถ้าไม่อยากนั่งไล่พิกัดและอัตราเองทั้งหมด ให้ JEFF INTER ช่วยเช็คก่อนสั่งของได้เลย ทีมงานของเราดูพิกัด ประเมินภาษีทุกชั้น และแนะนำสิทธิลดภาษีอย่าง Form E ให้ครบในครั้งเดียว ทั้งขนส่งทางอากาศและทางเรือ ประเมินฟรี ไม่เก็บเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย โทร 084 672 2669 หรือ LINE @jeffinter
ของติดด่านอยู่ใช่ไหม ให้เราช่วยดูให้ก่อน
ส่งรายละเอียดมาให้ทีมงานประเมินภาษีและค่าใช้จ่ายได้ฟรี ไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า ของถึงมือค่อยจ่าย